thansettakij
thansettakij
เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569  https://welfare.mof.go.th ด้วยเลขบัตรประชาชน

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 https://welfare.mof.go.th ด้วยเลขบัตรประชาชน

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 https://welfare.mof.go.th/ ด้วยเลขบัตรประชาชน คลัง เตรียมประกาศผลลงทะเบียนวันที่ 17 ก.ค.นี้

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th โดยใช้เลขบัตรประชาชน
  • ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยผู้ได้รับสิทธิ์รายใหม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ก่อน ส่วนผู้ถือบัตรเดิมสามารถใช้สิทธิ์ต่อได้ทันที
  • ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถยื่นอุทธรณ์ผลได้ภายใน 15 วันนับจากวันประกาศผล ผ่านช่องทางออนไลน์หรือธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 https://welfare.mof.go.th/ ด้วยเลขบัตรประชาชน วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลัง จะเปิดให้ผู้ที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่าที่มีอยู่จำนวน 13.18 ล้านราย และ กลุ่มตกหล่น

ล่าสุดนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า  กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาปรับเกณฑ์การพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน รอบใหม่ ปี 2569  ภายในวันที่ 14 ก.ค. นี้ เพื่อหน้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมและตรงจุดมากที่สุด 

สำหรับการปรับเกณฑ์ในรอบนี้จะมีการงดเว้นการใช้หลักเกณฑ์ ดังนี้

  • ไม่นำเรื่องการหักค่าลดหย่อนภาษีของบิดามารดามาพิจารณา แต่ยังคงเกณฑ์ลดหย่อนภาษีของคู่สมรสและบุตรมาพิจารณาตามเดิม 
  • ไม่นำหนี้สินของภาคเกษตรมาคำนวณรวม เนื่องจากหนี้ภาคเกษตรมีลักษณะพิเศษที่บางครั้งอาจมียอดหนี้เกิน 100,000 บาท เป็นผลพวงมาจากการให้ความช่วยเหลือเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 

 

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ด้วยเลขบัตรประชาชน

ไปที่เว็บเซ็ตหลักของโครงการ คือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังจากมีการยืนยันตัวตน แต่ถ้ามีการยืนยันตัวตน (กรณีรายใหม่) หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะใช้ได้หลังจากวันที่ยืนยันตัวตน

ทั้งนี้ หากเป็นผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับสิทธิของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ดังนั้น หากเป็นบุคคลดังกล่าว ขอให้รีบยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนับแต่วันประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) โดย สิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ หากไม่มีการยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เช่นเดียวกัน

ประกาศผลลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

 

หลังจากที่ประกาศผลผู้มีสิทธิแล้วผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) สามารถใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องได้เลย แต่หากเป็นผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ หรือกรณีมอบอำนาจ จะต้องไปทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้สามารถรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทำได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

1. การยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (เปิดใช้ G-Wallet) เพื่อใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หากผู้ผ่านสิทธิประสงค์จะเลือกใช้สิทธิผ่านช่องทางนี้ จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ตามที่กำหนดให้เรียบร้อยก่อน

2. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ (17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570) ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ไอแบงก์  (17 กรกฎาคม – 14 ตุลาคม 2569) (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา)

ผู้ลงทะเบียนที่ลงทะเบียนไม่ผ่านตามคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องดำเนินการอย่างไร

ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่

1. ผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ

2. ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

3. ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

4. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ภายหลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ หากพบว่า “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ” ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด และประสงค์จะให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้ง ผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่ วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ผ่าน 4 ช่องทางข้างต้น โดยการดำเนินการได้ผ่านช่องทาง

1) เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)

2) แอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)

3) ดำเนินการอุทธรณ์ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ไอแบงค์  (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และ แต่ละสาขา) โดยขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ เพื่อที่ธนาคารจะกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”.

อ้างอิง: