
เจาะไทม์ไลน์ 'อธิบดี สถ. 3 ยุค' ปมร้อนทุจริตสอบท้องถิ่น
ย้อนไทม์ไลน์เจาะลึก "ทุจริตสอบท้องถิ่น 2568" เมื่อเส้นทางอำนาจข้ามผ่าน 3 อธิบดี ในช่วง 3 รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางปฏิบัติการบุกทลายแหล่งแก้คะแนน ใครเป็นใครในไทม์ไลน์นี้?
KEY
POINTS
- ย้อนรอยไทม์ไลน์คดีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 มีความเชื่อมโยง 3 ช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งของอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) 3 คน
- ไทม์ไลน์การทุจริตครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการประกวดราคา ช่วงรอยต่อการอุทธรณ์จนถึงช่วงจัดสอบและประกาศผลในยุค
- นายธีรุตม์ อธิบดี สถ. คนปัจจุบันซึ่งอยู่ในตำแหน่งช่วงที่มีการจัดสอบจริง ถูกคำสั่งย้ายให้ไปช่วยราชการเพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง
- นายกฯอนุทิน ย้ำว่าทุจริตครั้งนี้เป็น "ทฤษฎีผลไม้มีพิษ" พร้อมสั่งการว่า "ตรงไหนโกง ก็สับให้เละ" ไม่มีข้อยกเว้นไม่ว่าจะเป็นใคร
ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุภายในกระทรวงมหาดไทย "ระเบิดเวลา" ลูกใหญ่ได้ทำความเสียหายให้กับระบบราชการไทยอย่างรุนแรง เมื่อการตรวจสอบพบขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นประจำปี 2568 ที่มีมูลค่าความเสียหายประเมินเบื้องต้นสูงถึง 4,500 ล้านบาท
ปฏิบัติการบุกค้นบ้านพักในอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เผยให้เห็นความอุกอาจของขบวนการแก้ไขคะแนนสอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ที่ยอมจ่ายเงินใต้โต๊ะหลักแสนบาทแลกกับการเข้าไปรับเงินเดือนหลักหมื่นบาท
เหตุการณ์นี้คนไทยทั้งประเทศตั้งคำถามและสั่นคลอนความเชื่อมั่นของคนนับแสนที่เข้าสอบอย่างสุจริต แต่ยังนำมาซึ่งการขุดคุ้ย "ไทม์ไลน์อำนาจ" ของเหล่าบิ๊กข้าราชการและรัฐมนตรีที่กำกับดูแลในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
พลิกปูม 3 อธิบดี: รอยต่อแห่งการจัดซื้อจัดจ้างและการจัดสอบ
ความซับซ้อนของคดีนี้ผูกโยงกับช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งของ "อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)" ถึง 3 ท่าน ซึ่งแต่ละคนมีบทบาทในขั้นตอนที่แตกต่างกันตามรายงานจาก ป.ป.ช. และทีมสอบสวน
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดี สถ. ช่วง 17 พ.ย. 2567 – 28 ก.ค. 2568 ในช่วงเริ่มต้นตั้งแต่การประกาศรับสมัครจนถึงการประกวดราคาจ้างเหมา (e-bidding) และเป็นผู้ลงนามประกาศให้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้ชนะการประกวดราคาเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2568 โดยเจ้าตัวยืนยันว่ากระบวนการเป็นไปตามระเบียบพัสดุและกฎหมายทุกประการ
จากนั้น นายนฤชา ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ออกแถลงการณ์ชี้แจงโดยยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบดังกล่าว การจัดสอบแข่งขันและประกาศผลการสอบแข่งขัน เกิดขึ้นในยุคอธิบดีท่านอื่น หลังจากพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว จึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการสอบแต่อย่างใด และระบุว่า กรณีที่มีการกล่าวหาหรือพาดพิงให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียต่อชื่อเสียงจะใช้สิทธิดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ดำรงตำแหน่งอธิบดี สถ. ช่วง 29 ก.ค. 2568 – 11 พ.ย. 2568 เข้ามารับหน้าที่ในช่วงรอยต่อที่ มรภ.สุรินทร์ ยื่นอุทธรณ์ผลการประกวดราคา หลังนั่งอธิบดี สถ. ก็ถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ว่าฯ เพชรบุรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และยังไม่มีความเคลื่อนไหวหรือให้สัมภาษณ์ใดใดภายหลังเกิดการจับกุม
นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล เริ่มดำรงตำแหน่งอธิบดี สถ. เมื่อ 12 พ.ย. 2568 ถูกโปรโมทหลังตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการเข้ามานั่งคุม สถ. ในช่วงที่มีการจัดสอบจริงในเดือน ธ.ค. 2568 จนถึงการประกาศผลสอบในเดือน ก.พ. 2569 ซึ่งปัจจุบันนายธีรุตม์ถูกคำสั่งจากปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ไปช่วยราชการตามที่สั่งการเพื่อเปิดทางให้การสอบสวนข้อเท็จจริง
กางไทม์ไลน์ 3 รัฐมนตรี: ใครคุมบังเหียนช่วงไหน?
แน่นอนว่าอำนาจการกำกับดูแล สถ. ในช่วงที่เกิดปัญหานั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 รัฐบาลหลัก ตามคำสั่งมอบหมายงาน
ยุครัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ มท.1 รมว.มหาดไทย กำกับดูแล สถ. โดยตรงช่วง 3 ส.ค. 2567 – 19 มิ.ย. 2568
ต่อมามีช่วงสั้นๆ ที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง จากพรรคประชาธิปัตย์ นั่ง รมช.มหาดไทย เข้ามาดูแล สถ. ในช่วง 30 มิ.ย. – 19 ก.ย. 2568 ซึ่งนายเดชอิศม์ชี้แจงว่ากระบวนการจัดจ้างจบไปก่อนเขาเข้ารับตำแหน่ง 4 วัน และในช่วงที่เขาดูแลมีเพียงเรื่องการอุทธรณ์ที่ยังค้างอยู่ในกรมบัญชีกลาง
จากนั้นยุครัฐบาลอนุทิน 1 ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2568 เป็นต้นมา อำนาจการกำกับดูแล สถ. ถูกส่งต่อให้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ยืนยันว่าแม้จะดำรงตำแหน่งในช่วงที่มีการสอบ แต่ตนได้กำชับเรื่องความโปร่งใสผ่าน MOU หลายหน่วยงาน และปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต
ปฏิบัติการ "7 วันอันตราย" และ "ทฤษฎีผลไม้มีพิษ"
เมื่อความจริงถูกเปิดโปง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้แสดงท่าทีกร้าวด้วยการเรียกประชุมหน่วยงานตรวจสอบทั้ง บช.ก., ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. ทันทีที่ทำเนียบรัฐบาล และเปรียบเปรยการทุจริตครั้งนี้ว่าเป็น "ทฤษฎีผลไม้มีพิษ" โดยย้ำว่าหากจุดเริ่มต้นไม่ถูกต้อง ผลที่ตามมาก็ย่อมไม่ถูกต้อง พร้อมสั่งการว่า "ตรงไหนโกง ก็สับให้เละ" โดยไม่มีข้อยกเว้นไม่ว่าจะเป็นใคร
ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศช่วงเวลา "7 วันอันตราย" โดยแต่งตั้งให้นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดฯ เป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน 1 สัปดาห์ พร้อมสั่งการให้ฝ่ายกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจสอบสวนกลางในฐานะผู้เสียหาย
ในขณะที่ สถ. ออกหนังสือยกเลิกคำสั่งชะลอการบรรจุและให้รายงานตัวตามปกติในวันที่ 1 ก.ค. นี้ แต่นายอนุทินยังคงยืนยันว่า หากภายหลังพบว่าใครเข้ามาด้วยการทุจริต "ต้องถูกสอยทีหลัง" เพราะคดีทุจริตไม่มีอายุความ ปัจจุบันหน่วยงานตรวจสอบพบสำเนากระดาษคำตอบกว่า 3,000 รายที่มีการแก้ไขไปแล้วกว่า 2,000 ราย ณ บ้านพักในนนทบุรี ซึ่งมีตัวละครสำคัญคือผู้อำนวยการเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นผู้เก็บซ่อนหลักฐาน
มหากาพย์ครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญของกระทรวงมหาดไทยว่าจะสามารถ "ล้างบ้าน" และจัดการกับ "ปลาตัวใหญ่" ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการขายชาติครั้งนี้ได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่เฝ้ามองผ่านไทม์ไลน์อำนาจที่ทับซ้อนกันนี้อย่างไม่กระพริบตา







