
กทม.เผยเหตุกันสาดอาคารถล่ม ถนนพระราม 4 ไม่กระทบโครงสร้างหลัก
กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุกันสาดร่วง ที่อาคารย่านถนนพระราม 4 พบความเสียหายเฉพาะส่วน ไม่กระทบโครงสร้างหลัก
KEY
POINTS
- กทม.และผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบเหตุกันสาดถล่มบนถนนพระราม 4 พบว่าไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร
- เจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งปิดประกาศห้ามใช้อาคาร 5 คูหาเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย และผู้เชี่ยวชาญได้ตั้งข้อสันนิษฐานสาเหตุเพิ่มเติมจากลักษณะโครงสร้างยื่นที่เสี่ยงต่อการถล่ม
วันนี้ (21 มิ.ย. 69) สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ร่วมกับสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารบริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกหมอมี ภายหลังเกิดเหตุกันสาดอาคารชั้น 2 ร่วงหล่น
กทม.สั่งปิดประกาศห้ามเข้าใช้อาคาร 5 คูหา
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ากันสาดที่ร่วงหล่นอาจมีสาเหตุมาจากการเสื่อมสภาพของวัสดุจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน และได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศตามอายุการใช้งาน
ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้นของผู้เชี่ยวชาญ ไม่พบผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร โดยความเสียหายอยู่เฉพาะบริเวณส่วนกันสาดด้านหน้าอาคารเท่านั้น และเพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของประชาชน สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ได้ดำเนินการปิดประกาศห้ามเข้าใช้อาคารจำนวน 5 คูหาเป็นการชั่วคราว พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
สำหรับเหตุระเบียงกันสาดอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นบริเวณแยกหมอมี ถนนพระราม 4 พังถล่มลงมาวานนี้ (20 มิ.ย. 69) ได้ทับถนนและรถยนต์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรโครงสร้างตั้ง 4 ข้อสันนิษฐาน
ด้าน ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ส่วนที่พังถล่มไม่ใช่ตัวอาคารทั้งหลัง แต่เป็นระเบียงกันสาดที่ยื่นออกมาจากอาคาร โดยสาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งในเบื้องต้นสามารถตั้งข้อสันนิษฐานได้ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
- ประการแรก อาคารดังกล่าวเป็นอาคารเก่าที่ก่อสร้างมานาน วัสดุโครงสร้างอาจเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน โดยเฉพาะเหล็กเสริมภายในคอนกรีตที่เกิดสนิมจากการสัมผัสแดด ฝน และความชื้นสะสมเป็นเวลานาน ขณะที่ช่วงฤดูฝนยิ่งเร่งกระบวนการกัดกร่อนให้เกิดขึ้นรวดเร็วขึ้น
- ประการที่สอง โครงสร้างระเบียงมีลักษณะเป็นโครงสร้างยื่น (Cantilever) ซึ่งมีจุดยึดเพียงด้านเดียว จึงมีความเสี่ยงต่อการทรุดตัวหรือพังถล่มมากกว่าโครงสร้างทั่วไป
- ประการที่สาม ต้องตรวจสอบว่ามีการวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากบนระเบียงหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักเกินกว่าที่ออกแบบไว้
- ประการที่สี่ ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีการต่อเติมโครงสร้างระเบียงในภายหลังหรือไม่ เพราะอาจส่งผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างเดิม







