thansettakij
thansettakij
เช็กด่วน! 35 จว.วันนี้ 7 พ.ค.กรมอุตุฯเตือนอากาศแปรปรวน ฝนถล่ม ลมแรง

เช็กด่วน! 35 จว.วันนี้ 7 พ.ค.กรมอุตุฯเตือนอากาศแปรปรวน ฝนถล่ม ลมแรง

07 พ.ค. 69 | 02:25 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ค. 69 | 02:38 น.

เตือนภัยฉบับที่ 4! กรมอุตุนิยมวิทยา และ ปภ. สั่ง 60 จังหวัดรวม กทม. รับมืออากาศแปรปรวน 7-10 พ.ค.69 ไทยเจอทั้งฝนตกหนักและลมกระโชกแรง เฉพาะวันนี้ 7 พ.ค. 69 เหนือ อีสาน ตะวันออก ใต้ 35 จังหวัด เช็กพื้นที่เสี่ยงด่วน!

KEY

POINTS

  • กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน 35 จังหวัดในวันที่ 7 พ.ค. ให้เฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง
  • สภาพอากาศแปรปรวนจะมีผลกระทบต่อเนื่องถึงวันที่ 10 พ.ค. 69 ซึ่งหลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง
  • ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เพื่อความปลอดภัย

วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมฯ ฉบับที่ 4 เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 โดยบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน

สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกัน ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.
 

เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัยฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569
พื้นที่เสี่ยงภัยสูง (Moderate to High Risk)

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ และอุดรธานี
  • ภาคใต้: นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล

พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง (Moderate Risk)

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, พะเยา และแพร่
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองบัวลำภู, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร และสุราษฎร์ธานี

เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัยฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569
พื้นที่เสี่ยงภัยสูง 

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, เชียงราย, พะเยา, น่าน, แพร่, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร และยโสธร
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี และชัยนาท
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา และชลบุรี

พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง (สีเหลือง)

  • ภาคเหนือ: พิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, อำนาจเจริญ, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สระบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร รวมถึง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก (บางส่วน), ฉะเชิงเทรา (บางส่วน), ระยอง, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, กระบี่, ตรัง และสตูล

เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัยฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569
พื้นที่เสี่ยงภัยสูง 

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่ และตาก
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
  • ภาคใต้: สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล

พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง 

  • ภาคเหนือ: ลำพูน, ลำปาง, เชียงราย, พะเยา, น่าน, แพร่, สุโขทัย, กำแพงเพชร, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครราชสีมา และบุรีรัมย์
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, ลพบุรี, สระบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี (พื้นที่ส่วนที่เหลือ), ระยอง, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, นครศรีธรรมราช และพัทลุง

เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัยฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก

วันที่ 10 พฤษภาคม 2569
พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง 

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, เชียงราย, พะเยา, น่าน, ตาก, กำแพงเพชร, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู และอุดรธานี

เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัยฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก

 

อนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

  • อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน  อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ 
  • อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 35-41 องศาเซลเซียส 
  • ลมใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง 
  • ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 36-37 องศาเซลเซียส
  • ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

  • อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง 
  • ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
  • อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส 
  • ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

  • อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง 
  • ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส      
  • ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
  • ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

  • อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
  • บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
  • อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส 
  • ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
  • ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

  • อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
  • บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
  • อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส 
  • ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
  • ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

  • อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ 
  • กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
  • อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 36-37 องศาเซลเซียส 
  • ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

เช็กด่วน! 35 จว.วันนี้ 7 พ.ค.กรมอุตุฯเตือนอากาศแปรปรวน ฝนถล่ม ลมแรง  กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้ง 60 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ระหว่างวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2569 โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า