
กรมอุตุฯเตือนฉบับ 2 ไทยอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง 7-10 พ.ค.69
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับ 2 เตือนภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก กลาง กทม.ใต้ อากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง วันที่ 7-10 พ.ค.69
KEY
POINTS
- กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 7-10 พ.ค. 69 โดยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย
- สาเหตุเกิดจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาปะทะกับลมที่พัดความชื้นจากอ่าวไทย ส่งผลให้อากาศจะคลายความร้อนลงหลังช่วงพายุฝน
- ประชาชนได้รับคำเตือนให้ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง และเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 2 เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569
ในช่วงวันที่ 7-10 พ.ค. 69 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน
สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.
สำหรับรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัยฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก มีรายละเอียดดังนี้
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569
พื้นที่เสี่ยงภัยสูง
- ภาคเหนือ: น่าน และแพร่
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย บึงกาฬ และอุดรธานี
- ภาคใต้: นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง
- ภาคเหนือ: เชียงราย พะเยา อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
- ภาคตะวันออก: สระแก้ว จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
วันที่ 8 พฤษภาคม 2569
พื้นที่เสี่ยงภัยสูง
- ภาคเหนือ: เชียงใหม่ และตาก
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และยโสธร
- ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท
- ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง: ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 9 พฤษภาคม 2569
พื้นที่เสี่ยงภัยสูง
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ สุโขทัย และตาก
- ภาคกลาง: กาญจนบุรี
- ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
- ภาคใต้: สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง
- ภาคเหนือ: อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และพิจิตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์
- ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก: ระยอง จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: ชุมพร นครศรีธรรมราช และพัทลุง
วันที่ 10 พฤษภาคม 2569
พื้นที่เสี่ยงภัยสูง
- ภาคเหนือ: ตาก น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย
พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และอุดรธานี
ขณะที่สภาพอากาศวันนี้ 6 พฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศแบ่งออกเป็นรายภาค มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ภาคเหนือ
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก
- อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 35-41 องศาเซลเซียส
- ลมใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส
- ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
- กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส
- ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.







