
ไทยตอนบน รับมือ'พายุฤดูร้อน'ระลอกใหม่ 29 เม.ย.-1 พ.ค.69
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับ 1 ไทยตอนบนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อนวันที่ 29 เม.ย.-1พ.ค.69 เช็กพิกัดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกที่นี่
KEY
POINTS
- กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุฤดูร้อนระลอกใหม่บริเวณประเทศไทยตอนบน โดยจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม 2569
- ลักษณะของพายุประกอบด้วยฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่
- พายุจะเริ่มส่งผลกระทบในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน จากนั้นจึงเป็นภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2569
ในช่วงวันที่ 29 เม.ย. – 1 พ.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น.
สำหรับรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัย ฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2569 มีดังนี้
วันที่ 29 เมษายน 2569
พื้นที่เสี่ยงสูง
- ภาคเหนือ: เชียงราย, พะเยา, น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
พื้นที่เสี่ยงปานกลาง
- ภาคเหนือ: เชียงใหม่, ลำปาง, แพร่ และสุโขทัย
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ชัยภูมิ, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ และสุรินทร์
- ภาคตะวันออก: สระแก้ว, จันทบุรี และตราด
วันที่ 30 เมษายน 2569
พื้นที่เสี่ยงสูง
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, สุโขทัย, ตาก และกำแพงเพชร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และสุรินทร์
- ภาคกลาง: นครสวรรค์, ลพบุรี, สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
- ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
พื้นที่เสี่ยงปานกลาง (สีเหลือง):
- ภาคเหนือ: เชียงราย, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง: อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี
- ภาคตะวันออก: ระยอง, จันทบุรี และตราด
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569
พื้นที่เสี่ยงปานกลาง
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา และบุรีรัมย์
- ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว และฉะเชิงเทรา
ส่วนสภาพอากาศวันนี้ -พรุ่งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ และภาคกลาง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าวมีกำลังอ่อนลง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน
- ขณะที่ปัญหาเรื่อง ฝุ่นละออง PM2.5 ในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบน มีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดฝนตก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
- อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
- กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ มุกดาหาร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคกลาง
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
- กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี
- อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส
- ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา และนราธิวาส
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล
- อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
- อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส
- ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.







