thansettakij
thansettakij
คนละครึ่งพลัส กับ ไทยช่วยไทยพลัส มีความเหมือนและต่างอย่างไร เช็คที่นี่

คนละครึ่งพลัส กับ ไทยช่วยไทยพลัส มีความเหมือนและต่างอย่างไร เช็คที่นี่

28 เม.ย. 69 | 00:43 น.

คนละครึ่งพลัส กับ ไทยช่วยไทยพลัส มีความเหมือนและต่างอย่างไร ล่าสุด กระทรวงการคลัง เตรียมเปิดลงทะเบียนเพื่อกดรับสิทธิบนเป๋าตัง รับเงิน 2400 บาท เช็คที่นี่

KEY

POINTS

  • สัดส่วนการจ่ายเงิน: ไทยช่วยไทยพลัส รัฐช่วย 60% ประชาชน 40% ส่วนคนละครึ่งพลัส รัฐและประชาชนจ่ายคนละ 50%
  • วงเงินและระยะเวลา: ไทยช่วยไทยพลัสให้ 4,000 บาท นาน 4 เดือน ส่วนคนละครึ่งพลัสให้ 2,000-2,400 บาท นาน 2 เดือน
  • คุณสมบัติผู้รับสิทธิ: ไทยช่วยไทยพลัสสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนคนละครึ่งพลัสสำหรับผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป
  • ร้านค้าที่เข้าร่วม: ไทยช่วยไทยพลัสเน้นร้านธงฟ้าและร้านค้าชุมชน ส่วนคนละครึ่งพลัสเน้นร้านค้ารายย่อยทั่วไปที่ใช้แอปถุงเงิน

คนละครึ่งพลัส กับ ไทยช่วยไทยพลัส  มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร จากกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  ปรับโมเดลกระตุ้นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ รายละเอียดดังนี้

เงื่อนไข ไทยช่วยไทยพลัส VS คนละครึ่งพลัส

ไทยช่วยไทยพลัส

  • ปรับสูตรใช้จ่าย รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%  

คนละครึ่งพลัส

  • ภาครัฐจ่าย 50% (สูงสุดไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน)

 

จำนวนเงินที่แจกกับประชาชน

ไทยช่วยไทยพลัส

  • เริ่มลงทะเบียนเดือนพฤษภาคม
  • เริ่มใช้จ่ายผ่านเป๋าตังเดือนมิถุนายน
  • จำนวนเงินที่แจกทั้งหมด 4,000 บาท แบ่งเป็นเดือนละ 1,000 บาท  เพิ่มระยะเวลาจาก 2 เดือนเป็น 4 เดือน

คนละครึ่งพลัส

  • รัฐสนับสนุน 50:50
  • ผู้ยื่นแบบภาษี
  • รับสิทธิใช้จ่าย 2,400 บาท/คน
  • ผู้ไม่ยื่นแบบภาษี
  • รับสิทธิใช้จ่าย 2,000 บาท/คน
  • ระยะเวลาใช้จ่าย 2 เดือน

คนละครึ่งพลัส กับ ไทยช่วยไทยพลัส

วิธีใช้จ่ายและวิธีกดรับสิทธิคนละครึ่งพลัส และ ไทยช่วยไทยพลัส

  • ไม่เปลี่ยนแปลงลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง และ กดรับสิทธิบนเป๋าตัง
  • ใช้จ่ายผ่านวิธีสแกน กับ ร้านค้าถุงเงิน ที่เข้าร่วมโครงการ

คุณสมบัติผู้ร่วมรับสิทธิ

  • คนละครึ่งพลัส อายุ 16 ปีขึ้นไป
  • ไทยช่วยไทยพลัส อายุ 18 ปีขึ้นไป

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “สตรีทฟู้ด” และ “ร้านธงฟ้า”

ไทยช่วยไทยพลัส

  •  นอกเหนือจากร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และหาบเร่แผงลอยตามปกติแล้ว โครงการใหม่นี้จะเน้นการเชื่อมโยงกับร้านค้าในเครือข่าย “ร้านธงฟ้า” และร้านค้าชุมชนมากขึ้น เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถนำวงเงินพิเศษมาสแกนจ่ายได้กว้างขวางขึ้น ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในร้านเฉพาะกลุ่ม

คนละครึ่งพลัส

  • ร้านค้ารายย่อยที่ลงทะเบียนผ่านแอปถุงเงินเป็นหลัก ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศอยู่แล้ว.