
พาณิชย์จับมือ 5 แพลตฟอร์ม ดัน 'ไทยช่วยไทย' เพิ่มช่องทางออนไลน์ ลดค่าครองชีพ
กระทรวงพาณิชย์จับมือ 5 แพลตฟอร์ม เร่ง “ไทยช่วยไทย” เฟส 2 นำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์จากโมเดิร์นเทรด 3 ราย เพิ่มช่องทางออนไลน์ ลดค่าครองชีพ ปูทางอุ้ม SME เฟส 3
KEY
POINTS
- กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับ 5 แพลตฟอร์มออนไลน์ (Shopee, Lazada, TikTok, GrabMart, LINE MAN) จัดโครงการ "ไทยช่วยไทย" เฟส 2 เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ
- จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเฮ้าส์แบรนด์จาก Tops, Big C และ Lotus กว่า 3,000 รายการ ผ่านช่องทางออนไลน์พร้อมส่วนลดพิเศษ 20-50%
- มีโปรโมชั่นส่งฟรีในระยะทางที่กำหนด และมอบคูปองส่วนลดค่าจัดส่งและส่วนลดเพิ่มเติมจากแต่ละแพลตฟอร์มเพื่อกระตุ้นการซื้อ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” เฟส 2 โดยบูรณาการความร่วมมือกับ 5 แพลตฟอร์มออนไลน์และเดลิเวอรี่ ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok, GrabMart และ LINE MAN เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าจำเป็นสู่ระบบออนไลน์ เพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภค และลดภาระค่าครองชีพ
ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โครงการเริ่มจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ควบคู่กับบริการจัดส่งถึงบ้าน โดยนำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์จากโมเดิร์นเทรด 3 ราย ได้แก่ Tops, Big C และ Lotus รวมกว่า 3,000 รายการ ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ข้าวสาร น้ำมันพืช และอาหารสำเร็จรูป
สินค้าถูกปรับลดราคาพิเศษเฉลี่ย 20–50% สะท้อนการแข่งขันด้านราคาที่ชัดเจน โดยสินค้าหลักมีราคาต่ำกว่าแบรนด์ทั่วไปในตลาด เช่น ข้าวหอม 5 กิโลกรัม ราคา 112 บาท และสินค้าอุปโภคหลายรายการที่ลดราคาลงในช่วง 20–50%
ด้านการจัดส่ง ผู้บริโภคสามารถเลือกบริการเดลิเวอรี่ผ่าน Grab และ LINE MAN ซึ่งให้บริการส่งฟรีในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร หรือเลือกขนส่งพัสดุจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีโปรโมชั่นส่วนลดค่าส่งแตกต่างกัน เช่น Shopee และ Lazada ลดค่าส่งสูงสุด 300 บาท ขณะที่ TikTok มีส่วนลดค่าส่งเมื่อมียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ
นอกจากนี้ แต่ละแพลตฟอร์มยังจัดคูปองส่วนลดเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย อาทิ Shopee ลดสูงสุด 20% Lazada ลดสูงสุด 25% และ TikTok ลดสูงสุดถึง 50% ตามเงื่อนไขสินค้า สะท้อนการใช้กลไกแพลตฟอร์มช่วยขยายกำลังซื้อในช่วงค่าครองชีพสูง
โครงการ “ไทยช่วยไทย” ยังเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ห้างค้าปลีก และผู้ผลิตกว่า 20 ราย ในการลดราคาสินค้าจำเป็นกว่า 3,000 รายการ พร้อมกระจายสินค้าไปยังร้านค้าท้องถิ่น และนำสินค้า OTOP เข้าร่วมจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์เตรียมต่อยอดสู่เฟส 3 โดยมุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ไม่น้อยกว่า 2,000 ราย ผ่านการเพิ่มช่องทางขายออนไลน์ และหารือแพลตฟอร์มเพื่องดเก็บค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งยอดขาย (GP) รวมถึงสนับสนุนค่าขนส่งและคูปองส่วนลด เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยใช้งบประมาณรวม 80 ล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้






