
เช็กสิทธิเงินช่วยค่าน้ำมัน รถโดยสาร-รถบรรทุก-รถรับจ้าง ใครได้เท่าไร
เช็กอัตราเงินช่วยค่าน้ำมันแต่ละกลุ่มขนส่ง ตั้งแต่รถโดยสาร รถบรรทุก ถึงแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ ได้สูงสุด 6,000 บาทต่อคัน หรือคิดตามระยะทางตามเงื่อนไขที่กำหนด
KEY
POINTS
- รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำมันแก่ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ รถบรรทุก และรถรับจ้าง โดยมีอัตราช่วยเหลือแตกต่างกันไป
- รถโดยสารประจำทางใน กทม. และรถแท็กซี่ ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,040 บาทต่อคัน ส่วนรถจักรยานยนต์สาธารณะได้รับ 840 บาทต่อคัน
- รถบรรทุกรับจ้างได้รับเงิน 3,000-6,000 บาทต่อคันตามขนาด โดยผู้รับสิทธิต้องมีระยะทางการวิ่งขั้นต่ำและถูกตรวจสอบผ่านระบบ GPS
วันที่ 16 เมษายน 2569 มาตรการช่วยเหลือกำหนดอัตราเงินชดเชยแตกต่างตามประเภทขนส่ง ทั้งแบบเหมาจ่ายและตามระยะทาง พร้อมกำหนดระยะทางขั้นต่ำ และเงื่อนไขการตรวจสอบผ่านระบบ GPS และแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง กำหนดอัตราเงินช่วยเหลือแบ่งตามประเภทขนส่ง ดังนี้
1. กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ
รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง (รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร) ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 5,040 บาทต่อคัน โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 4 ในเขตกรุงเทพมหานคร (รถมินิบัส รถตู้โดยสาร และรถโดยสารสองแถว) ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 5,040 บาทต่อคัน โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก หรือแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 2 (รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร) ให้การช่วยเหลือ 2 บาทต่อกิโลเมตร ตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก สูงสุดไม่เกิน 700 บาทต่อวันต่อคัน
รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 3 (รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร) ให้การช่วยเหลือ 2 บาทต่อกิโลเมตร ตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก สูงสุดไม่เกิน 500 บาทต่อวันต่อคัน
รถโดยสารไม่ประจำทาง ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย
(1) รถบัส จำนวนเงิน 5,000 บาทต่อคัน
(2) รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร จำนวนเงิน 3,600 บาทต่อคัน
กรณีเป็นรถที่นำไปใช้เพื่อการท่องเที่ยวหรือนำไปใช้เพื่อรับเหมาทั่วไป ต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
กรณีเป็นรถที่นำไปใช้เพื่อรับส่งพนักงาน ต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 1,500 กิโลเมตร
2. กลุ่มรถบรรทุกรับจ้างขนส่งสินค้าไม่ประจำทาง
รถตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 6,000 บาทต่อคัน โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 4,000 กิโลเมตร
รถน้อยกว่า 10 ล้อ ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 3,000 บาทต่อคัน โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
3. กลุ่มรถรับจ้าง
รถแท็กซี่ ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 5,040 บาทต่อคัน โดยต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE และต้องเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE ตลอดระยะเวลาที่ทำการรับจ้าง โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากแอปพลิเคชันดังกล่าว ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
รถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 840 บาทต่อคัน






