thansettakij
thansettakij
"สวนดุสิตโพล" ชี้ คนไทยหนุนรัฐแก้ราคาพลังงาน - จี้ลดภาษีน้ำมัน

"สวนดุสิตโพล" ชี้ คนไทยหนุนรัฐแก้ราคาพลังงาน - จี้ลดภาษีน้ำมัน

12 เม.ย. 69 | 01:32 น.
อัปเดตล่าสุด :12 เม.ย. 69 | 01:54 น.

"สวนดุสิตโพล" เผยคนไทยหนุนรัฐปรับโครงสร้างราคาพลังงาน 72% แต่ความเชื่อมั่นยังปานกลาง จี้ลดภาษีน้ำมัน-ตรึงราคาสินค้า แก้ค่าครองชีพเร่งด่วน

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจสวนดุสิตโพลชี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ (72.27%) เห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวทางรัฐบาลในการปรับโครงสร้างราคาพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย
  • ประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเร่งด่วน โดยต้องการให้ลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตมากที่สุด (76.07%)
  • แม้จะสนับสนุนแนวทางของรัฐบาล แต่ประชาชนยังไม่เชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถแก้วิกฤตพลังงานได้สำเร็จ

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,266 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2569 สรุปผลได้

ทั้งนี้ ประชาชนเห็นด้วยกับ 3 แนวทางที่นายกรัฐมนตรีแถลงเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานมากน้อยเพียงใด พบว่า การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด เห็นด้วยมากที่สุด 72.27% จัดมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน เช่น คนละครึ่งพลัส / สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ SMEs เห็นด้วยมากสุด 59.48% และปรับลดงบประมาณภาครัฐ เพื่อนำมาช่วยเหลือลดผลกระทบแก่ประชาชนเป็นลำดับแรก เห็นด้วยมากที่สุด 58.06%

นอกจากนี้ ประชาชนคาดหวังว่าแนวทางทั้ง 3 แนวทางนี้จะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้สำเร็จหรือไม่นั้น พบว่า น่าจะสำเร็จ 34.36% ไม่แน่ใจ 32.23% สำเร็จแน่นอน 14.69% ไม่น่าจะสำเร็จ 13.98% ไม่สำเร็จ 4.74%

ในส่วน 3 แนวทางที่ประกาศแล้ว ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องใดเพิ่มเติม พบว่า ประชาชนอยากให้ลดภาษีน้ำมัน / ภาษีสรรพสามิต 76.07% ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค 75.12%

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนความหวังของประชาชนต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ที่ต้องการเห็นประเทศฝ่าวิกฤตพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพในทันทีและมี มาตรการระยะสั้นที่จับต้องได้มากกว่านโยบายเชิงหลักการหรือความเห็นทั่วไปที่อาจสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน

สะท้อนว่าการสื่อสารและการแก้ปัญหาของรัฐบาลต้องชัดเจน ตรงจุด และตอบโจทย์สถานการณ์จริงที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมาย และการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางรัฐบาลในการ “ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน” เพราะมองว่าเป็นรากของปัญหาค่าครองชีพทั้งค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้า 

ขณะเดียวกันระดับความเชื่อมั่นต่อมาตรการ ทั้ง 3 แนวทางว่าจะแก้วิกฤตได้จริงยังอยู่ในระดับปานกลาง และมีสัดส่วน “ไม่แน่ใจ” สูง สื่อถึงทุนทางความไว้วางใจที่ยังจ ากัด

อย่างไรก็ตาม ความต้องการให้“ลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม” ในสัดส่วนสูงมาก แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ ความสำคัญกับมาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้นที่เห็นผลได้ทันทีควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ในมุมของการบริหาร ภาครัฐจึงเป็นโจทย์ใหญ่ในการผสานระหว่างการตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชนกับการรักษาวินัยการคลังและความยั่งยืนเชิงนโยบายของรัฐ