
สุชาติ สั่งคพ.ดันรถตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ แก้ฝุ่น PM 2.5
'สุชาติ' สั่ง คพ. ระดมรถตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ พร้อมนักวิชาการ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด เบรกประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ งดการเผาทุกชนิด
KEY
POINTS
- รมว.ทส. สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระดมรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ พร้อมทีมนักวิชาการลงพื้นที่ภาคเหนือโดยด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5
- รถตรวจวัดฯ สามารถตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้อย่างแม่นยำ และเก็บข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา เช่น ทิศทางลม เพื่อใช้ประเมินและคาดการณ์แนวโน้มของมลพิษ
- การดำเนินการนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานในพื้นที่ ทำให้การบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระดมรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดและทีมนักวิชาการ ลงพื้นที่ภาคเหนือโดยด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเสริมการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดี คพ. กล่าวว่า คพ. ได้รับข้อสั่งการจาก รมว.ทส. และได้เร่งดำเนินการระดมเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรทางวิชาการ ลงพื้นที่ภาคเหนือทันที เพื่อสนับสนุนการติดตาม เฝ้าระวัง และวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้รวมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด
อย่างไรก็ดีจากสถานการณ์หมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือปัจจุบัน มีทั้งปัจจัยที่เกิดจากแหล่งกำเนิดภายในประเทศและจากภายนอกประเทศ
ส่วนของหมอกควันข้ามแดนนั้น ทส. โดย คพ. ได้ประสานความร่วมมือเพิ่มเติมกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านสายด่วน Hotline มาแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง ณ ปัจจุบัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี
นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสถานการณ์ภายในประเทศ ยังจำเป็นต้องมีการเสริมกำลังการทำงาน การสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการ และการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเข้มข้นมากขึ้น ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ขณะเดียวกัน คพ. ได้นำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ ซึ่งสามารถตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้อย่างแม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานของ US EPA
นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจวัดข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา เช่น ทิศทางลม เพื่อนำมาประเมินแนวโน้มการเคลื่อนตัวของมวลอากาศและสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้คพ.ยังได้ส่งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์และจัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ลงพื้นที่ร่วมด้วย เพื่อประมวลผลข้อมูลทิศทางลม รวมทั้งคาดการณ์แนวโน้มการเกิดหมอกควันและฝุ่น PM2.5
นอกจากนี้จะบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง ซึ่งข้อมูลจากการตรวจวัดจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรับทราบสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด ลดความกังวล และสามารถนำไปใช้วางแนวทางป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกันยังเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับหน่วยงานภาครัฐในการกำหนดมาตรการดูแลและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี คพ. ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ งดการเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาดในช่วงเวลานี้ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นละอองและไม่ซ้ำเติมสถานการณ์มลพิษทางอากาศ พร้อมขอให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลา หากพื้นที่นั้นมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เพื่อดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงจากผลกระทบของฝุ่น PM2.5
ทั้งนี้ คพ. ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง และเร่งสนับสนุนข้อมูลวิชาการ เครื่องมือ และบุคลากร เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเต็มกำลัง นายสุรินทร์ กล่าว







