thansettakij
thansettakij
ป่วนโลก!อังกฤษทิ้งอียู แบล็กฟรายเดย์‘หุ้น-ค่าเงิน’ระเนระนาด

ป่วนโลก!อังกฤษทิ้งอียู แบล็กฟรายเดย์‘หุ้น-ค่าเงิน’ระเนระนาด

27 มิ.ย. 59 | 03:28 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 59 | 11:11 น.
"แบล็กฟรายเดย์" ตลาดเงิน-ทุนช็อก ผลประชามติอังกฤษ"ออก"ป่วนโลก ปรับตัวโกลาหลรับปัจจัยเสี่ยงใหม่ ทางการยันผลกระทบจำกัด อย่าตระหนก ธปท.ชี้ ถัดไปอาจเจอคลื่นผันผวนตลาดเงินโลก แนะจับตาใกล้ชิด-ลดเสี่ยงค่าเงิน ตลท.ปลอบอย่าตระหนก ยันไทยแกร่งรับไหว ผู้ส่งออกส่องโอกาสขายเพิ่มอังกฤษ ปัจจัยเสี่ยงใหม่ “อังกฤษโมเดล” หวั่นสมาชิกอียูถอนตัวตาม ด้านนายกฯอังกฤษประกาศลาออกแล้ว

วันที่ 24 มิถุนายน 2559 ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก รวมหุ้นไทย อยู่ในภาวะช็อก หรือเป็น"แบล็กฟรายเดย์" จากกรณีผลประชามติอังกฤษ หรือเบร็กซิท ที่พลิกเหนือความคาดหมาย ออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป(อียู) ด้วยคะแนนเสียงมีผู้โหวต"ออก"จำนวน 17.41 ล้านคน เหนือกว่าผู้โหวตให้"อยู่ต่อ"ที่มีจำนวน 16.14 ล้านคน หรือชนะไปเพียงหนึ่งล้านเศษ คิดเป็นสัดส่วน 51.89 :48.21 สำหรับหุ้นไทยในระหว่างปรับตัวลงแรง ฉุดดัชนีลงไปต่ำสุดที่ 1,393.83 จุด ลดลง 42.57 จุด และปิดตลาดที่ 1,413.19 จุด ลดลง 23.21จุด หรือ 1.62% มูลค่าซื้อขายรวม 88,223 ล้านบาท ส่วนตลาดทองคำก็ปั่นป่วนไม่แพ้กัน (อ่านรายละเอียดต่อหน้า 16) และยังมีความกังวลถึง"ปัจจัยเสี่ยงใหม่"ของโลกท่ามกลางความไม่แน่นอนที่รออยู่ ขณะการเมืองอังกฤษแกว่งเมื่อ"เดวิด คาเมรอน"ประกาศลาออกจากนายกฯแล้ว

3ประสานรับมือ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ทราบดีว่ามีความเสี่ยงจะเกิดเหตุการณ์เช่นวันนี้ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนได้เชิญทางคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) มาหารือเตรียมการรับมือ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งติดตามเพื่อเตรียมพร้อมไว้แล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบตลาดเงินไทยเพียงระยะสั้น ๆ ขออย่าตื่นตระหนก เชื่อว่าธปท.จะมีข้อเสนอแนะออกมาอีก ด้านตลาดทุนมองว่าเป็นเรื่องปกติ และตลาดต้องรับมือไม่ให้ผันผวนเกินไป ส่วนค่าเงินปอนด์และยูโรที่อ่อนลง ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสิ่งที่ต้องประเมินระยะยาวคือ การค้าในกรอบมหภาค ที่จะต้องมีการปรับปรุงกันซึ่งยังมีเวลา อย่างไรก็ดี จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะเมื่อดูจากตลาดเงิน ตลาดทุนของไทยยังมีความผันผวนน้อยกว่าประเทศอื่น

จับตาการค้า-ลงทุนโลกเปลี่ยน

ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) โดยนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธปท. ได้เผยแพร่เอกสารประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อระบบเศรษฐกิจการเงินไทย จากกรณีดังกล่าวทันที โดยชี้ว่า ผลกระทบทางตรง ผ่านช่องทางการค้า และความเชื่อมโยงของสถาบันการเงินคาดจะมีผลจำกัด โดยส่งออกไปสหราชอาณาจักรเพียง 1.8 % และส่งออกไปอียูที่ไม่รวมสหราชอาณาจักรอีก 8.4 % ขณะที่สถาบันการเงินไทย เชื่อมโยงทางการเงินโดยตรงกับสถาบันการเงินในสหราชอาณาจักรและอียูเพียง 1.31 % ของสินทรัพย์รวม รวมทั้งเตรียมพร้อมและป้องกันความเสี่ยงไว้แล้ว ส่วนผลทางอ้อมก็ไม่มากนัก หากปัญหาไม่ลุกลามเป็นการแยกตัวของประเทศอื่นจากอียูตามมา รวมถึงสหราชอาณาจักรและอียูสามารถปรับตัวทางเศรษฐกิจหลังการแยกตัวได้ดี

แต่ไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อม จากความผันผวนในตลาดการเงินโลกในระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งความไม่แน่นอนของกระแสการแยกตัวของประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป ซึ่งจะกระทบการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป

เบื้องต้นแม้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย และปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง แต่ผลกระทบจากการปรับแผนธุรกิจของเอกชนและคู่ค้าต่าง ๆ ของสหภาพยุโรป เพื่อรับมือความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนที่เปลี่ยนไป จะสร้างความไม่แน่นอนทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ถ่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิด และภาคเอกชนควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน จากความผันผวนของตลาดการเงินในระยะต่อไปด้วย

หุ้นไทยลงน้อยเทียบภูมิภาค

ขณะที่นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) กล่าวว่า เป็นเรื่องคาดการณ์กันไว้อยู่แล้ว ซึ่งคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบไปถึงความเชื่อมั่นของตลาดทุน โดยจะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นในเอเชีย-แปซิฟิก ปรับตัวลง ในส่วนของหุ้นไทยที่ปรับตัวลง 2-3% นั้น ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค ซึ่งก.ล.ต. มองว่าเป็นเรื่องปกติและระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ รองรับได้ไม่มีปัญหา จึงขอให้ผู้ลงทุนอย่าตื่นตระหนกและขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารประกอบการตัดสินใจลงทุน

อย่างไรก็ดี แม้ผลโหวตเป็นเบร็กซิท แต่อังกฤษและอียูต้องมีกระบวนการเจรจาเพื่อหารูปแบบการออกจากอียูอีกประมาณ 2 ปี ดังนั้น การประเมินผลกระทบระยะยาวคงต้องขึ้นกับความสำเร็จของกระบวนการดังกล่าว และขึ้นกับว่าเบร็กซิท ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภูมิภาคยุโรปมากน้อยเพียงใด ซึ่งผู้ลงทุนสามารถคอยติดตามความคืบหน้ากันได้

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การปรับตัวลงของหุ้นไทย ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เหนือความคาดหมาย เนื่องจากเป็นเรื่องที่ทุกคนมีการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงเป็นไปในลักษณะที่สามารถบริหารจัดการได้ และประเทศไทยโดยรวมในส่วนของสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือบลจ. ถือว่ามีความเข้มแข็งทางการเงินพอสมควร การจัดการความเสี่ยงเราแน่น เชื่อว่ารับมือได้

เกาะติด"ฟันด์โฟลว์"รับสมดุลโลกใหม่

ส่วนเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) คงจะต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากเดิมที่ตลาดจะพะวงเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ แต่ปัจจุบันปัจจัยกดดันเรื่องนี้ลดลง เพราะมีความไม่แน่นอนเรื่องอื่นมากขึ้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยเฟดไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ในเชิงผลกระทบต่อไทยก็ถือว่าดีขึ้น แต่ก็ต้องไปเปรียบเทียบในปัจจัยอื่นด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากเวลานี้หากเอ่ยถึงทั้งโลก จุดที่เป็นของสหภาพยุโรปก็คงจะมีคำถามเกิดขึ้น หรือจุดอื่นที่ไม่ใช่ของสหภาพยุโรปจะเหมือนเดิม หรือเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เพราะฉะนั้น ความสมดุลก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะต้องมาทบทวน และมองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า หากมองในกรณีเลวร้ายสุด อังกฤษอาจตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) กรณีถูกต่อต้านและกีดกันทางการค้ากับประเทศอื่นในสหภาพยุโรป ในกรณีนี้คาดว่าผลกระทบเชิงลบที่มีต่อไทยจะตกกับกลุ่มสินค้าที่ส่งออกไปยังอังกฤษเป็นสำคัญ อาทิ รถยนต์และส่วนประกอบ รวมถึงไก่แปรรูป ส่วนผลกระทบเชิงท่องเที่ยวไม่น่ามีนัยสำคัญ เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรคิดเป็นสัดส่วนเพียง 3% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

 จับตาอีซีบีอัดฉีดคิวอี

หากมองผลกระทบในเชิงนโยบายการเงินหลังอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) อาจมีการเร่งอัดฉัดเม็ดเงินผ่านโครงการมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน (QE) เพิ่มเติม เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจในกลุ่มสหภาพยุโรปด้วยกันเอง อย่างไรก็ดีด้วยประสิทธิภาพของมาตรการ QE ที่เริ่มจำกัด ทำให้มองว่ามีความเป็นไปได้เช่นกันที่ประเทศที่เหลืออยู่ในสหภาพยุโรป อาจจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการคลัง หากเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปหดตัวเกินคาดจากปรากฏการณ์ดังกล่าว

 รอฟังโรดแม็ป"ถอนตัว"

ด้านดร. บันลือศักดิ์ ปุสสะรังสี อาจารย์เกียรติคุณ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า หลังมติโหวตให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป(อียู) ระยะสั้นยังต้องดูผลกระทบต่อค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณเงินทุนที่ไหลออก ขณะที่สิ่งที่จะตามมาในอังกฤษ คือ ปัญหาหนี้ที่จะเพิ่มขึ้นจากค่าเงินปอนด์และยูโรอ่อนค่า แต่ยังอยู่ในวิสัยรัฐบาลรับมือได้ ขณะเดียวกันอียูจะเกิดความวุ่นวาย จากการเข้าไปลงทุนของกองทุนต่าง ๆ เนื่องจากตลาดพันธบัตรและตราสารราคาตก นำไปสู่ฐานะขาดทุนและผลตอบแทนที่ต่ำ และตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงที่อาจจะร่วงต่ออีกในระยะข้างหน้า สำหรับผลกระทบระยะกลางน่าจะเห็นภาวะเศรษฐกิจอังกฤษซบเซาลงอีก โดยเฉพาะหากภาคธุรกิจตัดสินใจไม่ลงทุนในอังกฤษ แต่ย้ายฐานการลงทุนไปอียูแทน ส่วนผลกระทบระยะยาวนั้น กระแสอียูอาจจะถูกกระทบโดยประเทศสมาชิกที่เหลืออาจจะประกาศออกจากกลุ่มสมาชิกอียูตามอังกฤษ หากอียูไม่สามารถปฎิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้

ด้านดร.เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องรอฟังถ้อยแถลงของผู้นำทั้งสองประเทศ ว่าแต่ละแห่งจะมีโรดแมพ หรือแนวทางดำเนินการ หลังจากอังกฤษประกาศแยกตัวเป็นอิสระอย่างไร โดยในส่วนของอังกฤษคงต้องติดตามกรอบเจรจาทางการค้า ว่าจะเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนให้กลับมาได้หรือไม่ เช่นเดียวกับถ้อยแถลงของอียู ว่าจะเรียกความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และประเทศสมาชิก อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเจรจาราว 2 ปี มีโอกาสเห็นความสั่นคลอนและดูดีของทั้งสองส่วนนี้ ทั้งนี้หากสามารถเดินตามโรดแมพ หรือปฎิบัติตามกรอบเวลาได้ ทั้งปัญหาค่าเงินและทุนเคลื่อนย้ายจะกลับสู่ภาวะรีบาวด์

ออเดอร์ใหม่ชะงัก

ด้านความเห็นของภาคเอกชนนั้น นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การออกจากอียูของอังกฤษ ในระยะสั้นและระยะกลางจะไม่เป็นผลดีต่อการค้าขายระหว่างประเทศ เพราะจะมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นจากความกังวลต่าง ๆ โดยเฉพาะจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ที่เป็นปัจจัยหลักต่อการทำธุรกิจ ซึ่งหากเป็นผู้ซื้อรายใหม่ที่ต้องการจะสั่งซื้อสินค้าก็จะรอดู ไม่ตัดสินใจซื้อสินค้าในช่วงนี้ แต่ในหากมองแง่บวก ค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงไปแล้ว 9-10 % เมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นมา และมีผลให้ค่าเงินบาทที่ผูกติดกับเงินดอลลาร์ อ่อนค่าลงไป ทำให้สินค้าไทยขายง่ายขึ้นราคาถูกลง และแลกกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น

ชี้ "เบร็กซิท"เป็นกรณีศึกษา

ขณะที่นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า การออกจากอียูของอังกฤษ ส่วนหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่าการรวมตัวของประเทศในอียู (ปัจจุบันมี 28 ประเทศ)ไม่ได้ดีจริง เพราะหลายประเทศในกลุ่มมีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นกรณีศึกษาของหลายกลุ่มประเทศ ที่ต้องปรับตัวเองเพื่ออยู่ร่วมกันให้ได้ อย่างไรก็ดีการออกจากอียูของอังกฤษแม้จะทำให้โลกเสียหาย แต่มองว่าเป็นเพียงระยะสั้น แต่จะส่งผลดีต่ออังกฤษในระยะยาว เพราะสามารถปรับนโยบายใหม่ของตัวเองได้ และจะส่งผลดีต่อไทยด้วย เพราะจะคุยกับอังกฤษและอียูได้ง่ายขึ้น ซึ่งหากทุกอย่างเข้าที่ได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ผลกระทบก็จะไม่แรงมาก

 โอกาสไทยขายสินค้า

ด้านนายสมเด็จ สุสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นโอกาสของไทยที่จะให้ผู้ซื้อผู้ขายมาซื้อสินค้าไทย ทั้งนี้ได้ให้สำนักงานทูตพาณิชย์ในสหราชอาณาจักร ได้พบปะกับลูกค้าเพื่อเชิญชวนเขามาซื้อสินค้าจากไทยโดยตรงไม่ต้องผ่านอียู จากรายงานของทูตพาณิชย์ ถึงผลกระทบต่อการค้าการลงทุนของไทยมีน้อย "ส่วนผลกระทบในระยะยาวนั้นมีทั้งโอกาสและความท้าทาย ซึ่งการที่สหราชอาณาจักรแยกตัวออกมาส่งผลให้สัญญาทางการค้าของไทยกับสหราชอาณาจักรทำโดยตรงง่ายขึ้น แต่ก็มีความท้าทายคือ ต้นทุนการดำเนินการมีแนวโน้มที่เพิ่มเช่นกัน ส่วนความเสี่ยงนั้นอาจจะทำให้สมาชิกอื่นในสหภาพยุโรปอาจทำตามประชามติลักษณะเดียวกับอังกฤษ"

จับตา"อังกฤษโมเดล"

ความกังวลนี้สอดคล้องกับนายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ที่เห็นว่า ผลเบื้องต้นคงจะส่งผลกระทบในช่วงสั้นๆ และไม่รุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายคาด โดยจะทำให้ค่าเงินสกุลต่างๆ อ่อนค่าลง โดยเฉพาะเงินปอนด์ของอังกฤษ แต่หลังจากนี้เมื่อทางรัฐบาลอังกฤษ มีกระบวนการเข้าไปจัดการวางแผนแล้วว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เมื่อเห็นแผนชัดเจน สถานการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

" แต่ยังต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่า หลังจากนี้จะมีประเทศอื่น ๆ ขอถอนตัวออกจากอียูอีกหรือไม่ โดยเฉพาะเยอรมันและฝรั่งเศส ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ปั่นป่วนได้"

ด้านนายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า ตอนนี้ผลโหวตยังไม่มีผลทางกฎหมาย โดยรอผ่านสภาผู้แทนฯอังกฤษก่อนจะนำไปสู่สภาผู้แทนฯของอียู โดยมีกระบวนการตามที่รับทราบกันแล้ว แต่เริ่มเห็นสัญญาณฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์จะดูอังกฤษเป็นบทเรียนของการออกจากกลุ่มอียูซึ่งแนวโน้มต้องจับตาแรงกระเพื่อมประเทศอื่นที่จะออกจากกลุ่มตามอังกฤษ

ส่วนแนวโน้มถ้าเศรษฐกิจอังกฤษไม่ชะลอเกินคาด ผลกระทบไทยไม่มาก และเชื่อว่าแม้ทางการไทยจะมีเครื่องมือพร้อ มก็ไม่จำต้องนำออกมาใช้ แต่สิ่งที่จะเกิดหลังจากนี้แม้จะเป็นข่าวร้ายตลาดเงินผันผวนบ้างโดยต้องจับตาเฟดน่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือนธันวาคม หลังรอประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและเศรษฐกิจจีน

 เปิดตัวเต็ง"นายกฯใหม่"

เกี่ยวกับประเด็นที่ว่า เมื่อนายเดวิด คาเมรอน ก้าวลงจากตำแหน่ง ใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาลอังกฤษแทน สื่ออังกฤษตีพิมพ์ว่า นายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีของกรุงลอนดอน สมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมที่สนับสนุนแนวคิดให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกอียู คือตัวเต็งที่โดดเด่น เขาคนนี้เป็นผู้นำการหาเสียงฝ่ายสนับสนุนการออกจากอียู สอดคล้องกับข้อมูลจากบริษัทรับพนันของอังกฤษ แลดโบรกส์ ที่ระบุว่า เวลานี้นายบอริส จอห์นสัน เป็นตัวเต็งมากที่สุดที่จะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนนายคาเมรอน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,169 วันที่ 26 - 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline