
ค่าฝุ่นเชียงใหม่ -ภาคเหนือวันนี้ 30 มี.ค.69 แนวโน้ม PM 2.5 พุ่ง
ค่าฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่ -ภาคเหนือ 6 จังหวัด วันนี้ 30 มี.ค. -5 เม.ย.69 แนวโน้มพุ่ง เตือนประชาชนพื้นที่เสี่ยงระวังผลกระทบ
KEY
POINTS
- ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) คาดการณ์ว่าค่าฝุ่น PM2.5 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 30 มีนาคม - 5 เมษายน 2569
- สถานการณ์ฝุ่นละอองในภาคเหนืออยู่ในระดับสีแดงเกินค่ามาตรฐานในหลายจังหวัด โดยมีสาเหตุหลักจากจุดความร้อน (Hotspot) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่
- ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่สั่งการให้เร่งติดตามจับกุมผู้ลักลอบเผาป่า ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของวิกฤตฝุ่นควันในพื้นที่
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม - 5 เมษายน 2569 เตือน 17 จังหวัดภาคเหนือ PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 30 มี.ค. - 5 เม.ย. 69 และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบรายละเอียดพื้นที่เสี่ยงค่าฝุ่นพิษดังล่วงหน้า 7 วันได้ดังต่อไปนี้
คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ วันที่30 มี.ค-5 เม.ย.69
วันจันทร์ 30 มี.ค. 69
- น่าน, ลำปาง, ลำพูน, เชียงใหม่, ตาก, แพร่
วันอังคาร 31 มี.ค. 69
- ลำปาง, ตาก
วันพุธ 1 เม.ย. 69
- ลำปาง, ตาก
วันพฤหัสบดี 2 เม.ย. 69
- ลำปาง, ตาก
วันศุกร์ 3 เม.ย. 69
- ลำปาง, ตาก
วันเสาร์ 4 เม.ย. 69
- ลำปาง, ตาก
วันอาทิตย์ 5 เม.ย.69
- ลำปาง, ตาก
ทั้งนี้ ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ได้รายงานคุณภาพอากาศประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 ณ 12:00 น. ภาพรวมปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศยังคงสูงบริเวณภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ โดยภาคเหนือ พบเกินค่ามาตรฐาน (สีแดง) ที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน น่าน แพร่ พะเยา และตาก ส่วนภาคอีสานส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีส้ม มีเพียงจังหวัดนครพนมที่ยังคงเป็นสีแดง ทั้งนี้ ภาคเหนือ ตรวจวัดได้ 28.2 – 198.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 32.5 – 88.5 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและภาคตะวันตก 20.3 - 35.7 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก 17.8 - 35.0 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ 12.7 - 16.0 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 16.4 - 31.8 มคก./ลบ.ม.
ขณะที่ข้อมูลภาพรวมจุดความร้อน (Hotspot) ทั้งประเทศ สะสมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน มียอดรวมทั้งหมดสูงถึง 57,143 จุด โดยกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ เฉพาะสถานการณ์ ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 (รอบเช้า) พบจุดความร้อนรวมทั้งสิ้น 2,336 จุด โดยพบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากที่สุดถึง 1,368 จุด รองลงมาคือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 806 จุด และนอกพื้นที่ป่า 162 จุด เมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่า ภาคเหนือ ครองสัดส่วนจุดความร้อนมากที่สุดถึง 1,312 จุด ตามด้วยภาคกลางและตะวันออก 41 จุด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จุด โดย 5 อันดับจังหวัดที่มีจุดความร้อนสูงสุดในรอบเช้าวันที่ 29 มีนาคม 2569 ได้แก่
- เชียงใหม่ 480 จุด
- แม่ฮ่องสอน 247
- ลำปาง 104 จุด
- น่าน 97 จุด
- พะเยา 85 จุด
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ต้องติดตามเป็นพิเศษเนื่องจากมีจุดความร้อนต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง โดยมียอดรวมสะสมสูงสุดระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2569 ได้แก่ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา (272 จุด), เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำผาไท (247 จุด), เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน (189 จุด), อุทยานแห่งชาติแม่ปิง (179 จุด) และอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง (173 จุด)
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ขอให้ประชาชนในพื้นที่ ควรงดการทำกิจกรรมกลางแจ้งหากมีความจำเป็นต้องออกจากอาคารควรสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น และเช็กค่าฝุ่นก่อนผ่าน แอปฯต่างๆอาทิ Air4thai ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง หรือสามารถตรวจสอบช่องทางเช็คค่าฝุ่น PM2.5 แบบเรียลไทม์ดังนี้
ช่องทางเช็คค่าฝุ่น PM2.5 ผ่านแอปพลิเคชัน -เว็บไซต์
- เว็บไซต์ Air4Thai.com
- แอปพลิเคชัน Air4Thai
- แอปพลิเคชัน เช็คฝุ่น
ผู้ว่าฯเชียงใหม่ สั่งล่าตัว "มือเผา" ด่วน หลังจุดความร้อนพุ่งทะลุร้อยจุด
ขณะที่สถานการณ์ PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่พุ่งสูงขึ้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่อำเภอเชียงดาว เพื่อติดตามวิกฤตการณ์ไฟป่าอย่างใกล้ชิด หลังพบสถิติจุดความร้อนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเช้าของวันที่ 29 มีนาคมที่่ผ่านมา โดยตรวจพบจุดความร้อนในอำเภอเชียงดาว ถึง 99 จุด ส่งผลให้ยอดสะสมของอำเภอเชียงดาวในปีนี้สะสมรวม 404 จุด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์บริเวณตำบลปิงโค้ง เมืองนะ และทุ่งข้าวพวง
ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงต้องระดมสรรพกำลังเร่งดับไฟใน 3 จุดใหญ่บริเวณรอยต่ออำเภอไชยปราการ และอำเภอพร้าว พร้อมตรึงกำลังเฝ้าระวังดอยหลวงเชียงดาว และดอยนาง ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทางธรรมชาติอย่างเข้มงวด
จากการรายงานของสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอเชียงดาว พบความผิดปกติของสถานการณ์ไฟป่าที่มักปะทุขึ้นในช่วงหัวค่ำบนพื้นที่สูงชัน ซึ่งสะท้อนชัดว่าเป็นฝีมือมนุษย์ที่จงใจจุดไฟเผาป่า ทำให้ทางจังหวัดต้องยกระดับมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
โดยนับตั้งแต่ประกาศห้ามเผาเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มรอบการลาดตระเวนตามคำสั่งการของจังหวัดอย่างเคร่งครัด จนสามารถจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้แล้วถึง 5 ราย ล่าสุดเพิ่งมีการรวบตัวมือเผาได้เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อตัดวงจรการทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อส่วนรวม
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่อำเภอเชียงดาว ซึ่งขณะนี้ยังคงมีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีแดงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีฝุ่นควันหนาทึบปกคลุมทั่วบริเวณจนชาวบ้านต้องสวมหน้ากากป้องกันตนเองตลอดเวลา
ทางด้านโรงพยาบาลเชียงดาว ได้วางมาตรการรับมือทั้งเชิงรับและเชิงรุก โดยนอกจากการเตรียมเครื่องมือทางการแพทย์ เตรียมยาสำรองไว้ใช้ในโรงพยาบาลแล้ว ยังได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ "เคาะประตูบ้าน" เพื่อแจกหน้ากาก N95 และมุ้งสู้ฝุ่นให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง พร้อมให้คำแนะนำในการป้องกันฝุ่น PM 2.5 อย่างถูกวิธี
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ผู้นำชุมชนเร่งสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านผ่านเสียงตามสายทุกเช้า-เย็น เพื่อให้ตระหนักถึงผลกระทบในระยะยาว และเตรียมความพร้อมรับมือกับปฏิบัติการฝนหลวงที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยการเจาะชั้นบรรยากาศ ระบายฝุ่นควันออกจากพื้นที่






