
ขนส่ง สั่งเช็กบิล แท็กซี่-รถร่วมขสมก. หมดอายุ ลอบวิ่งบริการ โทษหนักคุก 5 ปี
กรมขนส่งทางบก สั่งตรวจเข้มรถสาธารณะหมดอายุ ทั่วกรุง เตือนแท็กซี่-รถร่วมขสมก.ครบอายุการใช้งานห้ามลักลอบรับส่งผู้โดยสาร งัดกฎหมายขั้นสูงสุดจัดการ โทษหนักจำคุก 5 ปี แนะประชาชนสังเกตหมวดอักษรต้องสงสัยก่อนใช้บริการ
KEY
POINTS
- กรมการขนส่งทางบกสั่งตรวจจับรถสาธารณะหมดอายุ โดยเฉพาะแท็กซี่และรถร่วมบริการ ขสมก. ที่ยังลักลอบวิ่งให้บริการ
- ผู้ฝ่าฝืนนำรถแท็กซี่ที่หมดอายุมาให้บริการรับส่งผู้โดยสาร จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- สำหรับรถร่วม ขสมก. ที่ยกเลิกประกอบการแล้ว หากนำมาวิ่งให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับสูงสุด 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก โดยกองตรวจการขนส่งทางบก ลงพื้นที่ตรวจรถสาธารณะอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีรถแท็กซี่ที่หมดอายุการใช้งานเพื่อความปลอดภัยและเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ
ขณะเดียวกันกรมฯ เตือนรถแท็กซี่ที่หมดอายุการใช้งาน เจ้าของรถต้องส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถ และนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียน หรือเปลี่ยนประเภทรถ ภายใน 30 วัน
ทั้งนี้นับแต่วันที่ครบอายุการใช้งานและต้องนำเครื่องหมายที่แสดงการเป็นรถรับจ้างออก เช่น โป๊ะไฟ TAXI METER บนหลังคา, ป้ายแสดงสถานะการให้บริการ (ว่าง-ไม่ว่าง หรืองดรับจ้าง)
นายสรพงศ์ กล่าวต่อว่า หากฝ่าฝืนนำรถที่หมดอายุการใช้งานมารับจ้างรับส่งผู้โดยสารจะมีความผิดฐานใช้รถที่ยังไม่จดทะเบียน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
สำหรับจุดสังเกตหมวดอักษรรถแท็กซี่มิเตอร์ในเขตกรุงเทพมหานครที่หมดอายุการใช้งาน (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569) ดังนี้
แท็กซี่บุคคล (เขียว-เหลือง)
- หมวด ทจ, มก, มข, มค, มง, มจ, มฉ, มช, มฎ ถึง 6440
แท็กซี่นิติบุคคล
- หมวด ทฉ, ทต, ทท, ทธ, ทน, ทพ, ทม, ทย, ทร, ทล, ทว, ทศ, ทษ, ทส ถึง 1510
นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและบังคับใช้กฎหมายกับรถโดยสารที่เคยร่วมเดินรถให้บริการกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งปัจจุบันได้แจ้งยกเลิกประกอบการไปแล้ว
อย่างไรก็ตามหากพบการนำรถดังกล่าวมาลักลอบให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุ้มครองประชาชนผู้ใช้บริการ

