
‘เอสเอส เท็กซ์ไทล์’ รุก ESG เต็มสูบ ปั้นเสื้อ “รัก(ษ์)โลก” จาก Recycled PET สู่ Circular Economy
เอสเอส เท็กซ์ไทล์ 2009 ปรับยุทธศาสตร์องค์กรสู่ Sustainability & ESG เต็มรูปแบบ วางความยั่งยืนเป็นแกนหลักธุรกิจปี 2569ต่อยอดองค์ความรู้สิ่งทอกว่า 30 ปี สู่นวัตกรรมเสื้อ “รัก(ษ์)โลก” จาก Recycled PET เชื่อมอุตสาหกรรม ชุมชน และภาคการศึกษา
KEY
POINTS
- เอสเอส เท็กซ์ไทล์ ประกาศใช้กลยุทธ์ความยั่งยืน (ESG) เป็นแกนหลัก พัฒนาเสื้อ “รัก(ษ์)โลก” ที่ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
- ผลิตภัณฑ์เสื้อ “รัก(ษ์)โลก” ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกและเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน THAILAND TEXTILE TAG 2024 ตอกย้ำถึงนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
- บริษัทสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคชุมชนและสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างต้นแบบธุรกิจที่เติบโตควบคู่ไปกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
เอสเอส เท็กซ์ไทล์ 2009 ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งทอที่เชี่ยวชาญการพัฒนาและผลิตเส้นใย ผืนผ้า และเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับองค์กรและกิจกรรมองค์กร ภายใต้แบรนด์ Simply Sustain ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ วางแนวคิดความยั่งยืน (Sustainability & ESG) เป็นยุทธศาสตร์หลักขององค์กรในปี 2569 มุ่งเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมสร้างต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และสถาบันการศึกษา
นายสมเกียรติ วัชระชัยพงษ์ กรรมการผู้จัดการ SS Textile 2009 และ Simply Sustain เปิดเผยว่า ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงกิจกรรม CSR แต่คือกลยุทธ์ธุรกิจ ที่ต้องฝังอยู่ในทุกกระบวนการขององค์กร โดยบริษัทนำองค์ความรู้ด้านสิ่งทอกว่า 30 ปี มาต่อยอดสู่นวัตกรรมเสื้อ “รัก(ษ์)โลก” ภายใต้แบรนด์ Simply Sustain ซึ่งผลิตจากเส้นใยรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ใช้แล้ว (Recycled PET) ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ และดึงทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบการผลิตใหม่ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ล่าสุด บริษัทได้สนับสนุนเสื้อ “รัก(ษ์)โลก” ให้กับกิจกรรม “ถ่อเรือ ทอรักษ์” ของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนบ้านหน้าทุ่งสามร้อยยอด (ถ้ำทอหูก) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่กระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ ตั้งแต่เกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน ไปจนถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น สะท้อนโมเดลธุรกิจ–ชุมชน–สิ่งแวดล้อม ที่เติบโตไปด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
ในด้านมาตรฐานและการรับรอง เอสเอส เท็กซ์ไทล์ 2009 ได้รับการรับรอง THAILAND TEXTILE TAG 2024 เป็นหนึ่งใน 22 กิจการ 34 ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์การยกระดับนวัตกรรมและความยั่งยืนของประเทศ ตอกย้ำทิศทางอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล โดยนายสมเกียรติระบุว่า บริษัทไม่ได้มองเพียงการผลิตสินค้า แต่ต้องสร้าง “ความหมาย” ให้กับสินค้า ทุกชิ้นต้องตอบโจทย์สิ่งแวดล้อม สังคม และการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กัน
ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ บริษัทได้ขยายความร่วมมือสู่ภาคการศึกษา ผ่านกิจกรรม Workshop “SS Care You” ถ่ายทอดแนวคิดธุรกิจยั่งยืน การออกแบบผลิตภัณฑ์รักษ์โลก และการสร้างแบรนด์อย่างรับผิดชอบ เริ่มต้นที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเฉพาะภาควิชาวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร ในการจัดนิทรรศการ “เปิดมุมมอง Circular Design” รวมถึงกิจกรรมรับบริจาคเสื้อนักเรียนและเสื้อนิสิตเก่า เพื่อนำไปรีไซเคิลแปรรูปเป็นเสื้อกีฬาให้แก่นักเรียนผู้ขาดแคลน อีกทั้งยังให้คำปรึกษาโครงงานแฟชั่นยั่งยืนแก่นิสิตชั้นปีที่ 4 เพื่อบ่มเพาะผู้ประกอบการสิ่งทอและแฟชั่นยั่งยืนรุ่นใหม่
นอกจากนี้ บริษัทยังร่วมมือกับ สำนักงานเขตยานนาวา เชิญชวนประชาชนบริจาคเสื้อผ้าเก่าในโครงการ “แยกที่บ้าน ฝากทิ้งที่เรา” เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดการและรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ถือเป็นอีกก้าวของการขยายเครือข่ายความร่วมมือในระดับพื้นที่
นายสมเกียรติกล่าวย้ำว่า เป้าหมายของเอสเอส เท็กซ์ไทล์ คือการเติบโตอย่างสมดุล โดยเชื่อมโยงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งพันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชน สถาบันการศึกษา และสังคม เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง ภายใต้นโยบาย SS Sustain บริษัทจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพ ควบคู่การส่งมอบตรงเวลา ตอกย้ำจุดยืนผู้ประกอบการสิ่งทอไทยที่พร้อมแข่งขันบนเวทีโลกด้วยหัวใจ ESG เต็มรูปแบบ

