

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ได้ส่งสารจุฬาราชมนตรี เนื่องในโอกาสเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1447 โดยมีเนื้อหาใจความระบุว่า
ในวาระแห่งเดือนรอมฎอนอันประเสริฐได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง นับเป็นความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ของผู้ศรัทธาในอัลลอฮ์ พระองค์ทรงให้เราทุกคนได้มีชีวิตเพื่อปฏิบัติศาสนกิจสำคัญในเดือนแห่งการตอบแทนผลบุญเป็นทวีคูณจากการประกอบคุณงามความดี ทั้งการถือศีลอดเดือนรอมฎอน และอีกหกวันหลังจากสิ้นรอมฎอน การละหมาดตะรอเวียะห์ การละหมาดในยามค่ำคืน การอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานให้ได้อย่างน้อย 1 จบ การจ่ายซะกาต การบริจาคทาน การจัดอาหารเลี้ยงละศีลอด และการวิงวอนขออภัยโทษต่อพระองค์ด้วยหัวใจที่โศกเศร้า เหล่านี้คือวิถีของผู้ศรัทธาในเดือนอันประเสริฐนี้
การถือศีลอดเป็นหนึ่งใน 5 ของหลักการศาสนาอิสลาม เป็นเครื่องมือทดสอบผู้ศรัทธาให้รำลึกในพระมหากรุณาของอัลลอฮ์ในความอิ่มหนำสำราญ ว่ายังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยต้องทนทุกข์กับความหิวโหย ความต้องการอาหารเพื่อประทังชีวิต การอดอาหารเพื่อสนองศรัทธาในพระบัญชาของอัลลอฮ์ย่อมแล้วยังได้ลิ้มรสแห่งความหิวกระหาย เพื่อให้มีจิตสำนึกในการให้ การแบ่งปันปัจจัยยังชีพที่อยู่ในครอบครองเป็นบางส่วนให้แก่ผู้ยากไร้ ผู้ขัดสน เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากจากความหิวโหยและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม อีกทั้งยังเป็นสะพานเชื่อมมิตรไมตรีให้เกิดความเกื้อกูลระหว่างกันและเพื่อความเป็นสิริมงคล เราทุกคนเข้าสู่เดือนรอมฎอน ด้วยบทดุอาความว่า
“โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงบันดาลให้เราได้ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ได้ละหมาดตะรอเวียะห์ตรงตามพระประสงค์ของพระองค์ด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงโปรดให้การงานของเรามีความบริสุทธิ์เพื่อพระองค์ด้วยเถิด”
ในโอกาสเดือนรอมฎอน อันประเสริฐนี้ ข้าพเจ้าจึงวอนขอพรจากอัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้า โปรดปกปักษ์รักษาและคุ้มครองแผ่นดินไทยให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยทางธรรมชาติและภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ขอพระองค์ทรงบันดาลให้พี่น้องมุสลิมและพี่น้องร่วมชาติทุกคนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีความสุขความจำเริญ มีจิตใจที่มั่นคงในคุณธรรมความดี มีความรักความสามัคคี ให้อภัยซึ่งกันและกัน มีไมตรีจิตและความเกื้อกูลระหว่างกันในสังคมไทยอันเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีหลากหลายมิติความเชื่อ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์ศาสนูปถัมภก และเพื่อเป็นพลังความมั่นคงในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น สืบไป