thansettakij
ไขข้อข้องใจ ยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ได้ไหม เงินที่จ่ายได้คืนหรือไม่

ไขข้อข้องใจ ยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ได้ไหม เงินที่จ่ายได้คืนหรือไม่

18 ก.พ. 2569 | 23:44 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.พ. 2569 | 02:05 น.

พม.ไขข้อข้องใจ กรณียกเลิก"สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์"ทำได้หรือไม่ สมาชิกจะได้เงินคือไหม พร้อมเปิดที่มาที่ไปสมาคมฌาปนกิจคืออะไร ใครสมัครได้บ้าง

สืบเนื่องจากเหตุการณ์เลิกสมาคมฌาปนกิจในหลายจังหวัดในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ออกมาอธิบายว่า การเลิกสมาคมฯถือเป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ ตามพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พศ 2545 กำหนดไว้ 3 กรณี ได้แก่ 

  1. ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก 
  2. นายทะเบียนท้องที่สั่งให้เลิกตามมาตรา 52 ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่มีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นเป็นไปโดยทุจริต และนายทะเบียนท้องที่ได้สอบสวนพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว มีเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้ หรือมีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าโดยเพราะเหตุใดๆ 
  3. ศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา 54 ทั้งนี้ หากนายทะเบียนท้องที่เพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 52 เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอศาลอาจสั่งให้เลิกสมาคมชำระสงเคราะห์นั้นได้ 

ยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สมาชิกจะได้เงินคืนหรือไม่

เมื่อสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ให้มีการชำระบัญชีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น และให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไว้จนกว่าผู้ชำระบัญชีจะเรียกให้ส่งมอบ อีกทั้งเมื่อชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่จะแบ่งให้แก่สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้ ทรัพย์สินนั้นจะต้องโอนไปให้แก่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือตามมติของที่ประชุมใหญ่ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับหรือที่ประชุมไม่ได้มีมติไว้ ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน 

ทั้งนี้ ในกรณีของเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า สมาชิกอาจมีสิทธิได้รับคืนเท่าที่สมาชิกผู้นั้น ยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตามที่จ่ายล่วงหน้าไว้ให้แล้ว แต่หากสมาคมนำไปจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์ศพให้แก่ผู้รับเงินของสมาชิกที่ตายหมดแล้ว สมาชิกจะขอคืนหรือเรียกคืนไม่ได้

สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ คืออะไร 

  • สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือจะกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ คือ เป็นกิจการที่ชาวบ้านช่วยทำบุญงานศพ เมื่อชาวบ้านด้วยกันที่ถึงแก่ความตาย ในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน 

การจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ และการยกเลิกจะต้องติดต่อที่ไหน 

  • สำหรับการจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สามารถขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ ได้ที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล และ สำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มีการถ่ายโอนภารกิจนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว เป็นผู้ควบคุมและกำกับดูแล รวมทั้งการพิจารณารับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ และการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ 
  • โดยต้องทำคำสั่งเลิกปิดประกาศไว้ที่สมาคมฯ และส่งคำสั่งเลิกนั้นให้นายทะเบียนกลาง ซึ่งเป็นอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้นายทะเบียนกลางออกประกาศการเลิกสมาคมฯ ตามคำสั่งของนายทะเบียนท้องที่ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในการลงประกาศราชกิจจานุเบกษา และเมื่อประกาศแล้วจะส่งประกาศราชกิจจาฯ นั้น กลับคืนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบว่าสมาคมฯ มีการยกเลิกแล้ว และดำเนินการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป  ดังนั้น นายทะเบียนกลาง จึงไม่มีอำนาจในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์


ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ จะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

  1. บรรลุนิติภาวะ มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ หรือชายหญิงอายุ 17 ปีที่สมรส
  2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลไร้ความสามารถ
  3. มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแกร่ง
  4. แต่ละสมาคมฯ จะมีเงื่อนไขคุณสมบัติเพิ่มเติมที่แตกต่างกันได้

อัตราค่าสมัครสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์

  • จ่ายครั้งเดียวไม่เกิน 100 บาท
  • เงินค่าบำรุง ไม่เกินเดือนละ 5 บาท หรือปีละ 50 บาท

เงินสงเคราะห์สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เรียกเก็บได้ไม่เกินศพละ

  • 100 บาทถ้ามีสมาชิกไม่เกิน 2,500 คน
  • 50 บาทถ้ามีสมาชิก 2,501 - 5,000 คน
  • 30 บาทถ้ามีสมาชิก 5,000 - 10,000 คน
  • 20 บาทถ้ามีสมาชิก 10,001 คน ขึ้นไป

ที่มาข้อมูล-ภาพ

  • กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พม.
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์