

สืบเนื่องจากเหตุการณ์เลิกสมาคมฌาปนกิจในหลายจังหวัดในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ออกมาอธิบายว่า การเลิกสมาคมฯถือเป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ ตามพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พศ 2545 กำหนดไว้ 3 กรณี ได้แก่
เมื่อสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ให้มีการชำระบัญชีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น และให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไว้จนกว่าผู้ชำระบัญชีจะเรียกให้ส่งมอบ อีกทั้งเมื่อชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่จะแบ่งให้แก่สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้ ทรัพย์สินนั้นจะต้องโอนไปให้แก่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือตามมติของที่ประชุมใหญ่ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับหรือที่ประชุมไม่ได้มีมติไว้ ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน
ทั้งนี้ ในกรณีของเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า สมาชิกอาจมีสิทธิได้รับคืนเท่าที่สมาชิกผู้นั้น ยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตามที่จ่ายล่วงหน้าไว้ให้แล้ว แต่หากสมาคมนำไปจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์ศพให้แก่ผู้รับเงินของสมาชิกที่ตายหมดแล้ว สมาชิกจะขอคืนหรือเรียกคืนไม่ได้
ที่มาข้อมูล-ภาพ