thansettakij
thansettakij
สินค้าไทยคึกบุกตลาดจีน สบช่องเสียบเขตเศรษฐกิจ‘บ่อเต็น-โมฮาน’ ดันส่งออก

สินค้าไทยคึกบุกตลาดจีน สบช่องเสียบเขตเศรษฐกิจ‘บ่อเต็น-โมฮาน’ ดันส่งออก

27 มิ.ย. 59 | 11:00 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 59 | 11:11 น.
เขตศก.พิเศษเชียงราย Wait And See ขณะที่ เขต ศก.พิเศษบ่อเต็น-โมฮานลาว-จีน บนถนน R3a คึกคัก หอการค้าเหนือชี้เป็นโอกาสทองสินค้าไทยที่ต้องการบุกตลาดจีน หลังสำรวจพบสินค้าจากทุกภาคได้รับความนิยมสูงในดิวตี้ฟรีชายแดน2แผ่นดิน เผยตัวเลขส่งออกสินค้าอุปโภค-บริโภคผ่าน 3 ด่านเป้าปีนี้ 5 หมื่นล้าน เทียบปี58 มี 4.5หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น10% ต่อปี ยันต้องการสินค้าอุปโภค-บริโภค สินค้าเกษตรแปรรูป จนถึงขนมขบเคี้ยวไม่อั้น “นิยมไวรัชพานิช” ระบุเพิ่มช่องทางส่งออกมากขึ้น

นายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (คสศ.) หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือเปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ถึงความเคลื่อนไหวและบรรยากาศการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย ซึ่งครอบคลุม 3 พื้นที่ประกอบด้วยอำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ ว่า แม้จะมีความชัดเจนเรื่องการจัดหาที่ดินรัฐ เพื่อส่งเสริมการลงทุนเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของนักลงทุนมากนัก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเป็นโครงการเฟสที่ 2

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปบริเวณชายแดนลาว-จีน พบว่าทางการจีนและ สปป.ลาวได้ทำข้อตกลงร่วมกัน (MOU) เพื่อกันพื้นที่จากชายแดนของทั้งสองประเทศเป็นระยะทางประมาณ 15 กม.ตามถนน อาร์3เอ (R3a) เพื่อจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็น-โมฮานร่วมกัน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอื่นๆ โดย สปป.ลาวจะย้ายด่านสากลเดิมที่อยู่ติดพรมแดนจีนออกไป 5 กม. ติดด้านหลังเขตเศรษฐกิจของบ่อเต็น และจีนย้ายด่านศุลกากรออกไป 10 กม.อยู่ด้านหลังเขตเศรษฐกิจโมฮาน ซึ่งขณะนี้ได้มีการหารือลงในระดับปฏิบัติงานแล้วว่า จะมีกิจกรรมใดบ้างในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะจัดตั้งขึ้น แต่ที่เห็นได้ชัดเจนคือ เรื่องการพัฒนาระบบการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้มาตรฐานคงจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นโดยเร็ว ทั้งมีโครงการใหญ่คือมีเส้นทางรถไฟจีน-ลาว(คุนหมิง-เวียงจันทน์) ผ่านพื้นที่เขตเศรษฐกิจแห่งนี้ และจะเชื่อมต่อกับการขนส่งระบบรางของกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย

ทั้งนี้ไม่ต้องการให้ภาครัฐหรือภาคเอกชนของไทย มองว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษลาว-จีนจะเป็นคู่แข่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย เพราะทั้ง 2 โครงการสามารถเชื่อมโยงและเอื้อประโยชน์ต่อกันและกันได้ โดยเฉพาะเรื่องของการเป็นตลาดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ของกลุ่มสินค้าจากธุรกิจ SMEs ของประเทศไทย ซึ่งหากสามารถเจาะตลาดได้ ก็จะกลายเป็นขุมทองแห่งใหม่ของสินค้าไทยที่อยู่ไม่ไกล และจากการสำรวจภายในศูนย์จำหน่ายสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) พบว่ามีสินค้าไทยวางจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก และเท่าที่ได้สอบถามจากผู้ประกอบการทราบว่า สินค้าไทยเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีนจากต่างมณฑล ที่เดินทางท่องเที่ยวในมณฑลยูนนาน และเดินทางต่อมายังประเทศไทยและในกลุ่มประเทศอาเซียน

“ทางการลาวและทางการจีน หวังไว้ว่าจะใช้เวลาแค่ 2 ปี นับจากนี้ในการทำให้เขตเศรษฐกิจพิเศษลาว-จีนเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ผมจึงมองว่าโอกาสอย่างนี้เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าไทยไปจีน เป็นโอกาสที่ควรจะต้องเร่งศึกษา เพื่อหาทางเข้าไปมีส่วนร่วมในตลาดขนาดใหญ่แห่งนี้ ซึ่งจะสามารถต่อยอดให้ธุรกิจ SMEs ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดในภาคเหนือ ซึ่งมีความได้เปรียบในเรื่องของภูมิศาสตร์ อยู่ใกล้กับตลาดที่จะเกิดใหม่”

นายพัฒนา กล่าวและว่า ภาคเอกชนกำลังนำเสนอเรื่องนี้ไปถึงกับภาครัฐ ผ่านทางสภาหอการค้าไทย เพื่อให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางขยายโอกาสให้กับสินค้าไทย

ด้านดร.อนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้า จังหวัดเชียงราย กล่าวเสริมว่า ประเทศจีนมีความต้องการสินค้าจากประเทศไทยเป็นตัวเลขที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภค-บริโภค สินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป ขนมขบเคี้ยวจาก โดยตัวเลขที่ตั้งเป้าปี 2559 คาดว่าจะส่งออกผ่าน 3 ด่านได้แก่ด่านแม่สาย ด่านเชียงแสนและด่านเชียงของ กระจายผ่านเมียนมา สปป.ลาว และผ่านไปถึงจีน มีประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้ามูลค่าส่งออกต่อปีเฉลี่ย 10% เทียบจากปี 2558 ที่ส่งออกรวมกัน 3ด่านอยู่ที่ 4.5หมื่นล้านบาท

ซึ่งมองว่าหากเปิดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษลาว-จีน ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะผลักดันสินค้าไทยทั้งประเทศกระจายสู่ตลาดดังกล่าวได้ โดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าบริเวณชายแดน ขณะที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงรายจะเป็นตัวช่วยส่งเสริม ซึ่งเอกชนในพื้นที่ตั้งเป้าเป็นฮับด้านการลงทุน และท่องเที่ยว

สอดรับกับนายนิยม ไวยรัชพานิช ประธานคณะกรรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หอการค้าไทยสะท้อนว่า เขตพัฒนาเศรษฐกิจ บ่อเต็น-โมฮาน ที่สปป.ลาวให้จีนเข้ามาลงทุนทั้งหมด 17 ตร.กม. หรือ 10,625ไร่ เป็นตลาดที่สปป.ลาวรับซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค สินค้าเกษตร ผลไม้ต่างๆของไทย ซึ่งจะเป็นช่องทางที่ดีต่อสินค้าไทยโดยเฉพาะที่บ่อเต็น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,169 วันที่ 26 - 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline