
ส่องภารกิจผู้ตรวจฯกรมคุมประพฤติ “อภัย เอียดบัว” ยึดหลักทำให้เห็น เป็นให้ดู
เปิดบทบาทผู้ตรวจราชการกรมคุมประพฤติ “อภัย เอียดบัว” ลงพื้นที่ตรวจงานทั่วประเทศ เน้นซื่อสัตย์ โปร่งใส ให้คุณมากกว่าลงโทษ ชู 4M คน-บริหาร-งบ-สถานที่ สะท้อนแนวคิดตรวจเพื่อพัฒนา ยกระดับบริการประชาชนตามยุทธศาสตร์ SHIELD ของกระทรวงยุติธรรม
KEY
POINTS
- นายอภัย เอียดบัว ผู้ตรวจราชการกรมคุมประพฤติ ยึดหลักการทำงาน "ทำให้เห็น เป็นให้ดู" โดยเน้นการให้คำแนะนำและปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องแทนการจับผิด
- มีภารกิจหลักในการเป็นหูเป็นตาแทนอธิบดี เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานตามนโยบายในสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ
- การตรวจราชการจะพิจารณา 4 ด้านหลัก (4M) คือ คน, การบริหารจัดการ, งบประมาณ และอาคารสถานที่ เพื่อรายงานปัญหาให้อธิบดีแก้ไข
- ได้รับมอบอำนาจในการพิจารณาโยกย้ายข้าราชการระดับชำนาญการลงมา และประเมินผลงานผู้อำนวยการสำนักงานในต่างจังหวัด
“ทำให้เห็น เป็นให้ดู” ทุกครั้งที่ผู้ตรวจราชกากรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม”อภัย เอียดบัว”ลงพื้นที่ตรวจราชการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดต่าง ๆ ในเขตความรับผิดชอบที่ได้เน้นย้ำกับผู้ใต้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน โดยยึดหลักเป้าหมายการทำงาน 3 ประการ ความซื่อสัตย์สุจริต ความทุ่มเทในการทำงานและการให้อภัย ประนีประนอม แต่ก็ต้องเป็นไปตามระเบียบกฎหมายอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
แม้หลายคนมองว่าผู้ตรวจราชการเป็นตำแหน่งกรุ ไว้สำรองราชการ รองรับผู้บริหารดดนเด้ง แต่สำหรับเขากลับมองว่าเป็นตำแหน่งสำคัญที่มีความเชี่ยวชาญในกรมกองนั้น ๆ ที่สำคัญเป็นตำแหน่งที่ให้คุณแก่ผู้ใต้บังคับบัญชามากกว่าการลงโทษ เพราะการตรวจราชการจะเน้นไปที่หาข้อบกพรองแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ไม่ใช่การไปจ้องจับผิด เนื่องจากผู้ตำรงตำแหน่งตรวจราชการผ่านประสบการณ์ทำงานมาอย่างยาวนาน จึงเห็นการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในเกือบทุกมิติ
“ในภารกิจผู้ตรวจราชการ ซึ่งเหมือนกันในทุกกระทรวงทบวงกรม เรามี 20 กระทรวง 200 กรม ตำแหน่งผู้ตรวจราชการมีบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดในระดับกระทรวงก็จะมีปลัดกระทรวง ส่วนกรมก็จะมีอธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชา”ผู้ตรวจราชการกรมคุมประพฤติเผย
อภัยระบุอีกว่าเนื่องจากรมกองต่าง ๆ จะมีหน่วยงานในต่างจังหวัดจำนวนมาก ในส่วนกรมประพฤติเองก็เช่นเดียวกันทั่วประเทศมีกว่า 100 สำนักงานในขณะการออกเยี่ยมดูแลสำนักงานก็มีข้อจำกัด ทั้งเรื่องเวลาและภารกิจงาน เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงเช่นอธิบดี รองอธิบดีมีหน้าที่อย่างอื่นด้วย จึงเป็นหน้าที่ผู้ตรวจราชการกรมรับภารกิจงานส่วนนี้แทน
“ไปเป็นหูเป็นตาทำงานแทนอธิบดี รองอธิบดีให้เป็นไปตามนโยบายของกรม ผู้ตรวจราชการ จึงมีหน้าที่ตรงนั้น นอกจากจะไปดูงานตามนโยบายแล้วก็จะมีเรื่องอื่นด้วยที่มอบหมายเป็นพิเศษ เช่นเรื่องการรับฟังข้อร้องเรียนในพื้นที่ การบริหารงานในสำนักงานเป็นอย่างไร รวมทั้งหน้าที่อื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะกรมคุมประพฤติ ท่านอธิบดีได้มอบอำนาจการโยกย้ายในระดับล่างในระดับชำนาญการลงมา รวมทั้งเรื่องการประเมินผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติในต่างจังหวัดด้วย”อภัยย้ำ
ผู้ตรวจราชการฯคนเดิมเผยต่อว่า นอกจากการรับมอบนโยบายจากอธิบดี ดูงานบริหารแล้วยังมีงานเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่นการตรวจดูสำนวนจำเลยก่อนส่งศาลพิพากษา การพักการลงโทษของผู้กระทำผิด แต่ละงานมีมาตรฐานงานของมันอยู่เป้าหมายก็เพื่อพี่น้องประชาชนได้รับการบริการที่ดี
“ไปตรวจราชการแต่ละครั้งแต่ละที่ไม่ได้หยิบมาดูทุกสำนวนหรอก แต่จะสุ่มเอามาตรวจ ถ้าดูแล้วสำนวนอ่อนก็จะให้คำแนะนำน้อง ๆ ที่ยังมีประสบการณ์ไม่มาก อาจเป็นข้าราชการบรรจุใหม่หรือผู้อำนวยการที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ เพราะเราผ่านอะไรมาเยอะ เห็นอะไรมีข้อบกพร่องตรงไหนก็ให้คำแนะนำเพิ่มเติมในส่วนนั้นเพื่อให้สำนวนมันสมบูรณ์ที่สุด”
อภัยย้ำด้วยว่าในการลงพื้นที่ตรวจราชการแต่ละครั้ง จะดูใน 4 เรื่องหรือ 4 เอ็ม(M) ตามนโยบายของกรม ได้แก่ คน การบริหารจัดการ งบประมาณและอาคารสถานที่ หากตรวจดูแลแล้วเรื่องไหนที่ขาดตกบกพร่องก็จะนำกลับมารายงานอธิบดี อย่างเช่นการขาดอัตรากำลังรุนแรงในสำนักงานจังหวัดไกล ๆ เช่นแม่ฮ่องสอน หากไม่ได้รับการตอบสนองก็จะมีผลหกระทบการบริการพี่น้องประชาชน หรือตรวจสอบอาคารสถานที่ชำรุดเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน ก็ทำเรื่องเสนออธิบดีพิจารณาเพื่อความปลอดภัยสุดของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
“สรุปภาพรวมผู้ตรวจราชการกรมคุมประพฤติคือไปดูทุกเรื่องแทนท่านอธิบดี ส่วนการให้คุณให้โทษข้าราชการ หากเราไปพบสิ่งไม่ปกติ สงสัยพฤติกรรมเจ้าหน้าที่บางคน ก็จะมารายงานให้อธิบดีทราบ ส่วนการดำเนินการลงโทษก็อยู่ที่ดุลยพินิจของท่าน”อภัยย้ำชัด
ซึ่งสอดรับกับนโยบาย ร้อยตำรวจเอกปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานเปิดอบรมหลักสูตร”พนักงานคุมประพฤติรุ่นที่48” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-19 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ถึงนโยบาย ยุทธศาสตร์และทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรมและกรมคุมประพฤติ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย กฎระเบียบและองค์ความรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับงานคุมประพฤติ รวมถึงพัฒนาทักษะและเทคนิคในการบังคับใช้กฎหมายและการแก้ไขฟื้นฟูผู้ประทำผิดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
“การดำเนินงานของกรมคุมประพฤติยึดแนวทางการทำงานแบบสมาร์ท(Smart)เพื่อแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปรับปรุงความเข้มข้นการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมายและนโยบายของกรมคุมประพฤติ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ SHIELD 6 หลัก ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงฐานอำนาจทางกฎหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของสังคมเป็นสำคัญ”อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวย้ำ






