

KEY
POINTS
เช้าวันที่ 28 มกราคม 2569 ในวันที่การจราจรบนถนนสายหลักของกรุงเทพมหานครเริ่มขยับตัว แต่สิ่งที่เคลื่อนตัวตามมาด้วยอย่างเงียบเชียบและอันตรายคือม่านหมอกสีเทาจางๆ ที่ไม่ใช่หมอกน้ำยามเช้า แต่คือ PM 2.5 ที่กลับมาทวงพื้นที่ลมหายใจของคนเมืองอีกครั้ง
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ล่าสุด ณ เวลา 07:00 น. ระบุค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองทั่วกรุงพุ่งแตะ 55.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่ 37.5 มคก./ลบ.ม. อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มที่เป็นสัญญาณเตือนภัยด้านสุขภาพ
เจาะโซนอันตราย: กรุงเทพตะวันออก "แดงเดือด" เมื่อไล่เรียงตามพิกัดแผนที่ จะพบว่าพื้นที่ "กรุงเทพตะวันออก" คือสมรภูมิที่หนักที่สุด โดยมี 12 เขตที่ค่าฝุ่นพุ่งทะยานขึ้นนำโด่ง นำโดย:
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีส้ม) อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพเหนือและกรุงเทพกลางที่เดิมเคยมีอากาศถ่ายเทดี วันนี้กลับต้องเผชิญกับเกณฑ์อากาศปิดที่กดทับฝุ่นละอองให้เข้มข้นขึ้น
ต้นทุนที่มองไม่เห็น: สุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน ในเชิงเศรษฐกิจ ฝุ่น PM 2.5 คือ "ภาษีเงียบ" ที่คนกรุงเทพฯ ต้องแบกรับ ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายหน้ากากอนามัย N95 ไปจนถึงค่ารักษาพยาบาลจากโรคระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลทางการแพทย์เตือนชัดเจนว่า ประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด ขณะที่คนทำงานทั่วไปการออกนอกอาคารโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันถือเป็นความเสี่ยงต่อประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว
ทางออกและการรับมือ แนวโน้มฝุ่นละอองในขณะนี้ยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) หรือการจำกัดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งในเขตสีส้มและแดง จึงไม่ใช่เพียงทางเลือกเพื่อสุขภาพ แต่เป็นมาตรการรักษาความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจที่จำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่อากาศกลายเป็นมลพิษเช่นนี้
1 เขตหนองจอก 80.8 มคก./ลบ.ม.
2 เขตมีนบุรี 77.3 มคก./ลบ.ม.
3 เขตคลองสามวา 76.5 มคก./ลบ.ม.
4 เขตคันนายาว 76.1 มคก./ลบ.ม.
5 เขตประเวศ 71.7 มคก./ลบ.ม.
6 เขตสายไหม 70.7 มคก./ลบ.ม.
7 เขตลาดกระบัง 69.2 มคก./ลบ.ม.
8 สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 68 มคก./ลบ.ม.
9 สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 66.9 มคก./ลบ.ม.
10 สวนหนองจอก เขตหนองจอก 66.5 มคก./ลบ.ม.
11 เขตบึงกุ่ม 65.9 มคก./ลบ.ม.
12 เขตสะพานสูง 63.6 มคก./ลบ.ม.
ที่มา: