KEY
POINTS
“นวัตกรรม” กลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะมาเติมเต็มให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ล่าสุดสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA หน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมประเทศไทยเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เปิดตัว 5 นวัตกรรมฝีมือคนไทยที่จะมาตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ที่ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ สุขภาพกายและใจ
เทรนด์การดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) ทำให้ผู้คนตระหนักรอบด้านโดยเฉพาะอาหารการกิน และ “อาหารทางเลือก” ก็เป็นหนึ่งในความนิยม โดยปัจจุบันผู้บริโภคต้องการอาหารทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพแต่ยังคงรสชาติที่อร่อย นวัตกรรมไอศกรีมแพลนต์เบส จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้แพ้แลคโตส และชาววีแกน
"Molly Ally" นวัตกรรมไอศกรีมแพลนต์เบส ใช้กระบวนการ Emulsify Integrated System ที่รวมกระบวนการพาสเจอไรเซชันและโฮโมจีไนเซชันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาเนื้อสัมผัสที่ไม่เสถียรของไขมันพืช ทำให้เนื้อไอศกรีมเนียนนุ่ม ไม่แยกชั้น ลดการเกิดเกล็ดน้ำแข็ง และสามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้นาน 12 เดือน
โดยจะใช้พืชเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น อัลมอนด์ มะพร้าว ถั่วเหลือง และโอ๊ต ทดแทนการใช้นมวัว ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ไม่เพียงแต่มีคุณภาพเทียบเท่ากับไอศกรีมนมวัวเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับการบริโภคของหวานแต่ยังได้ดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน
วิกฤตปัญหาด้านสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าในกลุ่มอายุ 20-24 ปี สูงถึง 20.5% ขณะที่การศึกษาในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยไทยพบว่า 45% มีความเครียดในระดับสูง และ 28% มีภาวะซึมเศร้า
สาเหตุมาจากความกดดันทางการเรียน ความคาดหวังจากครอบครัว ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตการทำงาน และผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัญหาสุขภาพใจที่เกิดขึ้นเหล่านี้ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
หนึ่งในนวัตกรรมที่จะมาช่วยดูแลสุขภาพใจให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ คือ "Mind Card...เพื่อนแท้ดูแลใจ" เว็บแอปพลิเคชันที่เข้ามาเปลี่ยนแนวทางการดูแลสุขภาพจิตจากเชิงรับสู่เชิงรุก ด้วยการนำจิตวิทยาเชิงบวกมาพัฒนาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถดูแลตนเองได้ก่อนที่ปัญหาจะเพิ่มความรุนแรง
แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบโดยดึงความสนใจผ่านความเชื่อเรื่องดวงและโชคชะตา ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่ากำลัง "กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง" ผ่านการเลือกการ์ดให้ตรงตามสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ ซึ่งเป็นการเปิดกระบวนการคิด สร้างการรับรู้ และนำเข้าสู่การสะท้อนทบทวนตัวเอง
จากนั้นระบบจะแสดงผลความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตในภาพรวม และระบบ AI จะสร้างคำแนะนำเฉพาะบุคคล ทำให้ผู้ใช้งานได้เรียนรู้วิธีการจัดการอารมณ์ ทำความเข้าใจความคิด และค้นหาเส้นทางในการรับมือกับความท้าทายด้วยตัวเอง และยังมีการติดตามความคืบหน้าและปรับปรุงแผนดูแลตามความต้องการ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อภาวะซึมเศร้า ความกังวล และความเครียด ซึ่งเป็น 3 สาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพจิตในนักศึกษา
นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้แค่เป็นเครื่องมือดูแลจิตใจ แต่คือการสร้างระบบป้องกันที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่มีพลังใจที่แข็งแรง สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากในชีวิตไปได้ ถือเป็นการสร้างสังคมที่ใส่ใจสุขภาวะทางจิตใจอย่างแท้จริง
หนึ่งในนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์คนไทยได้อย่างน่าสนใจคือโครงการ "เชียงใหม่ แจ๊ส ซิตี้" ซึ่งเชียงใหม่ ถือเป็นเมืองหนึ่งที่มีระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่ดี และยังเป็นศูนย์รวมของกลุ่มดิจิทัลนอแมด (Digital Nomad) กลุ่มคนยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตในการทำงานทางไกลจากทั่วโลก
โดยได้รับการสนับสนุนจาก NIA เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งดนตรีระดับสากลผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การสร้างบทเรียนการเล่นเครื่องดนตรีล้านนาและการเข้าจังหวะร่วมกันระหว่างเครื่องดนตรีท้องถิ่นกับดนตรีสากล ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในระดับสูงในการออกแบบบทเรียน
การเปิดพื้นที่ให้นักดนตรีหน้าใหม่สร้างโปรไฟล์และโอกาสในการแสดงตัวตน และการสร้าง Brand Identity ที่เป็นเอกลักษณ์ ผ่านการออกแบบตัวหนังสือ มาสคอต และสีที่สื่อถึงความเป็นแจ๊สเชียงใหม่ เพื่อสร้างการจดจำบนเวทีนานาชาติ ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงแค่อนุรักษ์ดนตรีท้องถิ่น แต่ยังมุ่งสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับนักดนตรีพื้นเมืองและต่อยอดธุรกิจเทศกาลดนตรีให้แก่ผู้คนในพื้นที่ได้
ในขณะที่เชียงใหม่ยกระดับวัฒนธรรมดนตรี จังหวัดสงขลาก็สร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงวิถีการท่องเที่ยวและดูแลสุขภาพผ่านแพลตฟอร์ม "วอล์ควิง (WalkWing)" ที่เปลี่ยน "ก้าวเดิน" ของทุกคนให้มีคุณค่าผ่านกิจกรรม Walkable City และ Local Tourism ซึ่งความพิเศษของวอล์ควิงคือ ผู้ใช้งานไม่ได้แค่นับก้าวเดิน แต่สามารถสร้างภารกิจและกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้คนออกมาเดินทำภารกิจ
เช่น การเดินเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เปิดเส้นทาง Unseen ที่สร้างจากคนในพื้นที่ โดยเน้นนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และต่างชาติโดยเฉพาะมาเลเซีย ซึ่งแพลตฟอร์มนี้สร้างผลกระทบเชิงบวกหลายมิติ เพราะเมื่อผู้คนออกมาเดินทางมากขึ้น จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยร้านค้าและร้านอาหาร สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชน พร้อมส่งเสริมสุขภาพและจูงใจให้คนออกกำลังกายมากขึ้น
นวัตกรรมทั้งสองนี้แสดงให้เห็นว่า ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่สามารถเชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่น สุขภาพ เศรษฐกิจชุมชน และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้ พร้อมสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ประกอบอาชีพจากสิ่งที่ตนรักและภาคภูมิใจ ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่นได้อย่างลงตัว
นวัตกรรมเปลี่ยน “ขยะอาหาร” ให้มีประโยชน์
ปัญหา "ขยะ" ซึ่งคนไทยสร้างขยะอาหาร (Food Waste) เฉลี่ยถึง 86 กิโลกรัม/คน/ปี ขณะที่ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 79 กิโลกรัม/คน/ปี ขยะอาหารเหล่านี้จะสร้างก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อวิกฤตโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี โดยองค์การสหประชาชาติกำหนดเป้าหมายให้ทุกประเทศต้องลดปริมาณขยะอาหารให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2030
ทำให้เป้าหมายของประเทศไทยต้องลดปริมาณขยะอาหารประมาณ 3 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ยคนละ 43 กิโลกรัม เพื่อรับมือกับปัญหานี้ จึงเกิดเป็นนวัตกรรมที่ชื่อว่า "INNOWASTE" หรือเครื่องแปรรูปขยะอาหารให้กลายเป็นดิน-ปุ๋ยคุณภาพ ที่ช่วยเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรใหม่ ซึ่งจะใช้เวลาในการย่อยเศษอาหารเพียง 1-2 ชั่วโมง ก็ได้ดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ
อีกทั้งยังช่วยลดการเผาขยะและลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่า “INNOWASTE” นอกจากจะช่วยดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้ว การเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรนั้นยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน