สมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย เปิด 4 สาเหตุอุบัติเหตุซ้ำซากเครนก่อสร้าง ไฮสปีดไทย-จีนที่สีคิ้วถล่ม

14 ม.ค. 2569 | 07:58 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ม.ค. 2569 | 07:58 น.

สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เปิด4 สาเหตุอุบัติเหตุซ้ำซากกรณีเครนก่อสร้าง ไฮสปีดไทย-จีนที่สีคิ้วถล่ม

KEY

POINTS

  • สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ตั้ง 4 ข้อสันนิษฐานเหตุเครนโครงการรถไฟความเร็วสูงที่สีคิ้วถล่ม โดยชี้ว่าอาจเกิดจากปัญหาการยึด "ฐานรองรับ" ของเครนไม่แข็งแรงพอขณะเคลื่อนย้าย
  • ชิ้นส่วนที่ร่วงลงมาคือฐานรองรับของเครน (Launching crane support) ซึ่งมีน้ำหนัก 20-30 ตัน ได้ต

จากเหตุการณ์อุบัติเครนลอนเชอร์ (Launching crane) ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงตกลงมาทับรถไฟที่สีคิ้ว จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคนนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ ศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้อธิบายว่า

โครงเหล็กเครนลอนเชอร์ดังกล่าวเป็นโครงถักเหล็กเลื่อนตัวได้ (Launching truss) ที่ใช้ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยเป็นการก่อสร้างไปข้างหน้าทีละช่วง แต่ส่วนที่ร่วงลงมาทับรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างใต้นั้น เป็นตัวฐานรองรับ (Support) ที่วางใต้โครงเหล็กดังกล่าว โดยฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนักมากถึง 20-30 ตันต่อตัว

 

สาเหตุการร่วงของฐานรองรับดังกล่าว ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุที่เป็นได้ไว้ 4 ข้อดังนี้

 1. อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อสร้างสะพานเสร็จไปช่วงหนึ่งแล้ว และกำลังเคลื่อนเครนไปข้างหน้า หรือขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายฐานรองรับตัวกลางไปวางบนเสาต้นถัดไป

 2. ส่วนที่ร่วงลงมาคือฐานรองรับโครงเหล็ก ฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนัก 20-30 ตัวต่อตัน ตกลงมากระแทกรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างล่างพอดี ทำให้รถไฟคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

 3. ผลจากแรงกระแทกทำให้โครงเหล็กเลื่อนหักและพาดอยู่บนโครงสร้างสะพาน

 4. สาเหตุที่ทำให้ฐานรองรับล่วงลงมาได้นั้น ต้องตรวจสอบการยึดฐานรองรับดังกล่าวกับตัวคานขวางสะพานที่ก่อสร้างเสร็จแล้วว่ายึดไว้แข็งแรงเพียงใด มีปัญหาในการติดตั้งหรือไม่ ทำไมจึงร่วงลงมาได้

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ

เครนก่อสร้าง ไฮสปีดไทย-จีนที่สีคิ้วถล่ม

สำหรับเหตุการณ์คล้ายกันที่โครงเหล็ก Launcher ร่วงลงมาเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้งคือการก่อสร้างสะพานทางยกระดับลาดกระบัง-อ่อนนุช เมื่อเดือน ก.ค. ปี 2566 และเหตุการณ์ Launcher ในโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ถล่มลงมาเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2567 ทั้งสองเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย สะท้อนให้เห็นจุดบกพร่องในมาตรความปลอดภัยของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ

 “ดร.เอ้” สุดทน เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ ชี้ประมาทซ้ำซาก-ย้ำต้องมีคนรับผิดชอบ

14 มกราคม 2569 เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซาก เมื่อ เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน  ถล่มทับขบวนรถไฟ ที่สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา  เป็นเหตุให้มีเสียชีวิตล่าสุด 22 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก

 ล่าสุด “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์ช่วงระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยแสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อเหตุสลดดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าละอายและไม่อาจยอมรับได้ว่า เหตุเครนก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ๆ แบบนี้ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นกรณีเขตลาดกระบัง ถนนพระราม 2 และล่าสุดที่อำเภอสีคิ้ว ลักษณะเหตุการณ์คล้ายกันทั้งหมดจนทำให้ตู้โดยสารรถไฟบิดเสียหาย ตนภาวนาไม่ให้มีการสูญเสียชีวิต แต่คำถาม คือ ทำไมเหตุแบบนี้ถึงเกิดซ้ำซาก

 เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ตนเองรับไม่ได้ ทั้งในฐานะวิศวกรและประชาชน พร้อมย้ำว่า หากยังไม่มีกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องจะไม่เกรงกลัวต่อความผิด และความตายจะกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชนทุกคน

ดังนั้นจะไม่ปล่อยให้คนประมาทลอยนวลโดยต้องฟ้องให้ถึงที่สุดทั้งแพ่งและอาญาเพื่อให้เข็ดหลาบ ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์แบบตึกสตง. ถล่ม หรือโครงการก่อสร้างพังซ้ำ ๆ จะยังเกิดขึ้นต่อไป และสุดท้ายก็ไม่มีใครรับผิดชอบ