วันที่ 13 มกราคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก NuNa Silpa-archa กัญจนา ศิลปอาชา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "ข้าวต้มน้อยค่อยๆหลับและจากไปอย่างสงบ.. สู่ภพภูมิที่สูงนะลูกคนเก่ง ป้ารักหนู"
สำหรับข้าวต้ม เป็นลูกช้างป่าเพศเมียอายุ 3 เดือนที่พลัดหลงจากแม่ ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้พบกับน้องข้าวต้มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน 2568 และทำการตรวจสุขภาพและพบว่า ไม่สามารถยืนเองได้ และมีภาวะโครงสร้างทางร่างกายที่ผิดปกติตั้งแต่กำเนิด
ทั้งนี้การดูแลน้องข้าวต้มเป็นความร่วมมือของทีมงานจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ที่ร่วมกันเฝ้าระวังดูแลตลอดเวลา โดยแต่ละหน่วยได้ประเมินอาการและรายงานความคืบหน้าเป็นรายวัน
อัปเดตล่าสุดวันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 15.40 น. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ระบุว่า
ลูกช้างป่าเพศเมียตัวน้อยชื่อ "ข้าวต้ม" อายุเพียง 3 เดือน 23 วัน ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี
น้องข้าวต้มถูกพบครั้งแรกที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ในสภาพที่อ่อนแอและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เจ้าหน้าที่จึงได้รีบประสานงานนำตัวน้องส่งมารับการดูแลและรักษาอย่างใกล้ชิดที่ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก โดยทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้อุทิศตนดูแลน้องด้วยความเอาใจใส่ตลอดมา
สพ.ญ. ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก และ สพ.ญ. กานต์พิชชา หาญอาษา นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) วินิจฉัยเบื้องต้นว่าสาเหตุการเสียชีวิตของน้องข้าวต้มเกิดจากภาวะตับวายเฉียบพลัน โดยพิจารณาจากอาการเดิมที่น้องมีปัญหาที่ตับซึ่งผิดปกติตั้งแต่เริ่มเข้ารับการรักษา
การจากไปของน้องช้างตัวน้อยในวัยอันยังไม่เติบเต็มที่นี้ สร้างความเสียใจและสะเทือนใจอย่างยิ่งแก่ทีมงานทุกคนที่ได้ทุ่มเทดูแลน้องอย่างใกล้ชิด ทุกคนพยายามรักษาน้องข้าวต้มด้วยความตั้งใจและหวังว่าจะได้เห็นน้องเติบโตอย่างแข็งแรง แม้จะได้พยายามอย่างเต็มที่ตามหลักวิชาการแล้ว แต่ด้วยความเปราะบางของชีวิตตัวเล็กๆ ของน้องและความรุนแรงของอาการ ทำให้น้องไม่สามารถต่อสู้เอาชนะได้
.
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา น้องข้าวต้มได้รับความรักและการดูแลอย่างอบอุ่นจากทีมงานทุกคน ทุกคนต่างภาวนาให้น้องมีพลังสู้ต่อไป แต่ด้วยเหตุที่อวัยวะสำคัญของน้องอ่อนแอเกินกว่าจะฟื้นฟูได้ น้องจึงได้จากไปอย่างสงบในที่สุด
ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการชันสูตรศพน้องข้าวต้มเพื่อเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม และจะทำการฝังกลบตามหลักวิชาการ ณ สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยจะรายงานผลการชันสูตรอย่างละเอียดต่อไป
น้องข้าวต้มจะอยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป และการสูญเสียครั้งนี้ยิ่งเตือนใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ช้างป่าไทยซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีค่ายิ่งของประเทศ ทุกชีวิตของลูกช้างล้วนมีความหมายและคุณค่าอันประเมินไม่ได้