KEY
POINTS
ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) แถลงสรุปผลการดำเนินงานช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 พบว่า ภาพรวมอุบัติเหตุทางถนน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจำนวนครั้งของอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ปี 2568 สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของมาตรการบังคับใช้กฎหมายควบคู่การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ระบุว่า ตลอดช่วงควบคุมเข้มข้น ตำรวจทั่วประเทศปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งจัดการกับพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรง อาทิ เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ส่งผลให้ตัวเลขการสูญเสียลดลงอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ในช่วง 7 วันอันตราย มีการดำเนินคดีความผิดจราจรใน 10 ข้อหาหลัก รวม 491,436 ราย โดยเป็น 5 ข้อหาหนักที่เน้นบังคับใช้เป็นพิเศษ รวม 280,424 ราย
หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายได้มากที่สุด ได้แก่
ตำรวจทางหลวง 298,499 ราย
จ.นครปฐม 21,935 ราย
จ.อุบลราชธานี 19,175 ราย
ขณะที่สถิติ เมาแล้วขับ ซึ่งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ พบการดำเนินคดีสะสม 18,098 ราย ในจำนวนนี้เป็น เมาแล้วขับซ้ำ 139 ราย
จังหวัดที่จับกุมเมาแล้วขับสูงสุด ได้แก่
นครราชสีมา 2,001 ราย (จับซ้ำมากสุดของประเทศ 65 ราย)
เชียงใหม่ 987 ราย
ชลบุรี 935 ราย
พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ตัวเลขอุบัติเหตุที่ลดลงไม่ได้เกิดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของประชาชน ที่ตระหนักถึงความปลอดภัย เคารพกฎหมาย และมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน
ด้าน พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองผู้อำนวยการ ศจร.ตร. ย้ำว่า แม้มาตรการช่วงเทศกาลจะสิ้นสุดลง แต่ภารกิจด้านความปลอดภัยทางถนนยังต้องเดินหน้าต่อเนื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคง บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังควบคู่การอำนวยความสะดวกด้านจราจร ในทุกช่วงเวลา
ขณะที่ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา และหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศจร.ตร. เน้นย้ำว่า ความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่หน้าที่ของรัฐฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน ขอให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนด้วยความไม่ประมาท เคารพกฎหมาย และรักษาวินัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุและความสูญเสียในระยะยาว