
สส. แบ่งเขต บัญชีรายชื่อ 2569 ต่างกันอย่างไร? หลัง กกต.กำหนดวันเลือกตั้ง
สส. แบ่งเขต บัญชีรายชื่อ 2569 ต่างกันอย่างไร? พร้อมอัปเดตหมายเลขเบอร์หาเสียง ปาร์ตี้ลิสต์ 52 พรรคเลือกตั้ง 2569
สส.แบ่งเขต บัญชีรายชื่อ 2569 เมื่อวันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 กกต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กำหนดวันรับสมัครเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ณ สถานที่อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด
วันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 วันรับสมัครเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อและแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม วายุภักษ์ชั้น 4 และ ห้องประชุมวายุภักษ์ฮอลล์ ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
- วันออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้งสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือ ผู้สูงอายุ
วันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ 2569 และ 9 - 15 กุมภาพันธ์ 2569
- วันแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 - 17.00 น.
- วันเลือกตั้ง
สส. แบ่งเขต บัญชีรายชื่อ 2569 ต่างกันอย่างไร?
จำนวนและที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 500 คน
- มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 400 เขต ๆ ละ 1 คน รวม 400 คน ใช้รูปแบบเขตเดียว เบอร์เดียว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละ 1 คะแนน โดยจะเลือกผู้สมัครใดหรือไม่เลือกผู้สมัครใดก็ได้ (ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งในเขตนั้น หากมีผู้สมัครได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากันหลายคนให้ใช้วิธีจับฉลาก)
- มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้วให้มีสิทธิส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อได้พรรคละ 1 บัญชี มีจำนวนไม่เกิน 100 คน โดยรายชื่อต้องไม่ซ้ำกับผู้สมัครเลือกตั้ง สส. ของพรรคอื่นหรือซ้ำกับผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต
- การคำนวณสัดส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ มีจำนวน 100 คน มาจากบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร
สส. แบบบัญชีรายชื่อ 2569 ที่พึงจะได้รับ โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
- รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ
- นำคะแนนรวมตาม ข้อ 1 หารด้วย 100 (มาจาก สส.แบบบัญชีรายชื่อมีจำนวน 100 คน) ผลลัพธ์ที่ได้ถือเป็น “คะแนนเฉลี่ยต่อ สส. แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน”
- นำ “คะแนนเฉลี่ยต่อ สส. แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน” ไปหารคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ ผลลัพธ์ที่ได้ (เฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็ม) คือ “จำนวน สส. แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ”
- กรณี “จำนวน สส. แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ” รวมกันทุกพรรคไม่ครบ 100 คน ให้พรรคการเมือง ที่มีผลลัพธ์ที่เป็นเศษ (ไม่มีจำนวนเต็ม) และพรรคการเมืองที่มีเศษเหลังการคำนวณตามข้อ 3 พรรคใดมีเศษจำนวนมากที่สุดให้ได้รับจำนวน สส. แบบบัญชีรายชื่ออีก 1 คนเรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวน สส. แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองทั้งหมดได้รับครบจำนวน 100 คนถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวน สส. แบบบัญชีรายชื่อเกิน 100 คน ให้ตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีเศษเท่ากันจับสลาก
- ให้ถือผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ ตามผลการคำนวณในข้อ 1 - 4 ได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนั้นได้ส่งสมัคร หากได้จำนวน สส. แบบบัญชีรายชื่อไม่ถึง 100 คน ให้ สส. แบบบัญชีรายชื่อประกอบด้วยสมาชิกที่มีอยู่
คุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
3. เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ระยะเวลา 90 วันดังกล่าวให้ลดลงเหลือ 30 วัน
4. ผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย
(ก) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันสมัคร
รับเลือกตั้ง
(ข) เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
(ค) เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีการศึกษา
(ง) เคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งแล้วแต่กรณี เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
1. มีสัญชาติไทย ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง
3. เป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง
อัปเดตหมายเลขเบอร์หาเสียง ปาร์ตี้ลิสต์ 52 พรรคเลือกตั้ง 2569
เบอร์ 1 : พรรคไทยทรัพย์ทวี
เบอร์ 2 : พรรคเพื่อชาติไทย
เบอร์ 3 : พรรคใหม่
เบอร์ 4 : พรรคมิติใหม่
เบอร์ 5 : พรรครวมใจไทย
เบอร์ 6 : พรรครวมไทยสร้างชาติ
เบอร์ 7 : พรรคพลวัต
เบอร์ 8 : พรรคประชาธิปไตยใหม่
เบอร์ 9 : พรรคเพื่อไทย
เบอร์ 10 : พรรคทางเลือกใหม่
เบอร์ 11 : พรรคเศรษฐกิจ
เบอร์ 12 : พรรคเสรีรวมไทย
เบอร์ 13 : พรรครวมพลังประชาชน
เบอร์ 14 : พรรคท้องที่ไทย
เบอร์ 15 : พรรคอนาคตไทย
เบอร์ 16 : พรรคพลังเพื่อไทย
เบอร์ 17 : พรรคไทยชนะ
เบอร์ 18 : พรรคพลังสังคมใหม่
เบอร์ 19 : พรรคสังคมประชาธิปไตย
เบอร์ 20 : พรรคฟิวชัน
เบอร์ 21 : พรรคไทรวมพลัง
เบอร์ 22 : พรรคก้าวอิสระ
เบอร์ 23 : พรรคปวงชนไทย
เบอร์ 24 : พรรควิชชั่นใหม่
เบอร์ 25 : พรรคเพื่อชีวิตใหม่
เบอร์ 26 : พรรคคลองไทย
เบอร์ 27 : พรรคประชาธิปัตย์
เบอร์ 28 : พรรคไทยก้าวหน้า
เบอร์ 29 : พรรคไทยภักดี
เบอร์ 30 : พรรคแรงงานสร้างชาติ
เบอร์ 31 : พรรคประชากรไทย
เบอร์ 32 : พรรคครูไทยเพื่อประชาชน
เบอร์ 33 : พรรคประชาชาติ
เบอร์ 34 : พรรคสร้างอนาคตไทย
เบอร์ 35 : พรรครักชาติ
เบอร์ 36 : พรรคไทยพร้อม
เบอร์ 37 : พรรคภูมิใจไทย
เบอร์ 38 : พรรคพลังธรรมใหม่
เบอร์ 39 : พรรคกรีน
เบอร์ 40 : พรรคไทยธรรม
เบอร์ 41 : พรรคแผ่นดินธรรม
เบอร์ 42 : พรรคกล้าธรรม
เบอร์ 43 :พรรคพลังประชารัฐ
เบอร์ 44 : พรรคโอกาสใหม่
เบอร์ 45 : พรรคเป็นธรรม
เบอร์ 46 : พรรคประชาชน
เบอร์ 47 : พรรคประชาไทย
เบอร์ 48 : พรรคไทยสร้างไทย
เบอร์ 49 : พรรคไทยก้าวใหม่
เบอร์ 50 : พรรคประชาอาสาชาติ
เบอร์ 51 : พรรคพร้อม
เบอร์ 52 : พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย.
ที่มา:







