
ขบ. สั่งด่วน รถดัมพ์ 3.7 แสนคัน ติดตั้ง "สัญญาณเตือนกระบะยก" ป้องกันชนสะพานลอย
กรมการขนส่งทางบก เร่งออกแนวทางติดตั้งสัญญาณเตือนในรถ แก้ไขปัญหาดัมพ์รถบรรทุก 3.7 แสนคัน ยกเอง หวั่นสร้างความเดือดร้อนประชาชน
KEY
POINTS
- กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สั่งให้รถดัมพ์กว่า 377,000 คันทั่วประเทศ ทั้งรถเก่าและรถใหม่ ต้องติดตั้งสัญญาณเตือนเมื่อกระบะท้ายยกค้างหรือลงไม่สุด
- อุปกรณ์ดังกล่าวจะส่งสัญญาณเตือนเป็นเสียงและไฟในห้องคนขับ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุรถดัมพ์ชนโครงสร้างต่างๆ เช่น สะพานลอย อุโมงค์ หรือทางลอด
- มาตรการนี้มีต้นเหตุจากอุบัติเหตุรถดัมพ์ชนสะพานลอยถล่มบนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) และจะเร่งให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด
- หากเกิดอุบัติเหตุจากสาเหตุดังกล่าว ผู้ประกอบการอาจถูกปรับสูงสุด 50,000 บาท และผู้ขับรถอาจถูกปรับสูงสุด 5,000 บาท
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่มีเหตุการณ์ วันที่ 18 ธันวาคม 2568 รถบรรทุกยกเท (รถดัมพ์) กระบะยกขึ้นและชนเข้ากับสะพานลอยคนข้ามถล่มลงมาทับหัวเก๋งรถบรรทุกและรถกระบะ บนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกเร่งออกแนวทางยกระดับมาตรการความปลอดภัยโดยกำหนดให้บริษัทผู้ผลิตรถ อู่ต่อตัวถังรถ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าและเจ้าของรถบรรทุกยกเท (รถดัมพ์) ต้องติดตั้งอุปกรณ์เตือนผู้ขับรถด้วยสัญญาณเสียงและไฟ
หากมีการยกกระบะขึ้นหรือกระบะลงไม่สุด โดยจะให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วทั้งกับรถใหม่และรถที่จดทะเบียนอยู่แล้ว
โดยหลักการการทำงานอุปกรณ์แจ้งเตือนในห้องผู้ขับรถด้วยสัญญาณแสงและเสียงหากมีการยกกระบะขึ้นหรือกระบะลงไม่สุดก็จะมีแสงและเสียงเตือนผู้ขับรถทำให้ผู้ขับพึงระวังและสัญญาณเตือนจะหยุดก็ต่อเมื่อกระบะท้ายรถบรรทุกลงสุดเท่านั้น
นายสรพงศ์ กล่าวต่อว่า กรมการขนส่งทางบกจะให้รถบรรทุกยกเท (รถดัมพ์) ต้องติดตั้งอุปกรณ์เตือนผู้ขับรถด้วยสัญญาณเสียงและไฟให้มีผลบังคับใช้กับรถใหม่โดยเร็ว และจะให้มีผลกับรถบรรทุกกระบะยกเทที่จดทะเบียนอยู่แล้วทั้งสิ้นกว่า 377,000 คัน ต่อไปด้วย
สำหรับประโยชน์ของการติดตั้งอุปกรณ์เตือนด้วยเสียงและไฟ หากมีการยกกระบะหรือกระบะลงไม่สุดนั้น ก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกระบะบรรทุกยกขึ้นหรือกระบะลงไม่สุดชนสะพานลอย อุโมงค์ หรือทางลอดใต้สะพาน
อย่างไรก็ดีเป็นการยกระดับความปลอดภัยป้องกันอุบัติเหตุต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
โดยในปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้กำชับให้ผู้ขับรถหมั่นตรวจสอบกระบะบรรทุกให้อยู่ในตำแหน่งลงต่ำสุด รวมถึงปลดอุปกรณ์ส่งกำลังสำหรับยกกระบะขณะขับรถทุกครั้ง
ขณะเดียวกันหากเกิดอุบัติเหตุที่มีสาเหตุจากกระบะบรรทุกยกขึ้นระหว่างขับขี่ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งอาจมีความผิดตามมาตรา 36 ประกอบมาตรา 131 ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522
ทั้งนี้ต้องระวังโทษปรับไม่เกิน50,000 บาท ส่วนผู้ขับรถอาจมีความผิดตามมาตรา 111 ประกอบมาตรา 161 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท





