thansettakij
thansettakij
เปิดตัว 'Bangkok Rules Accelerator' พระวิสัยทัศน์ คืนศักดิ์ศรีผู้ต้องขังหญิง

เปิดตัว 'Bangkok Rules Accelerator' พระวิสัยทัศน์ คืนศักดิ์ศรีผู้ต้องขังหญิง

14 ธ.ค. 68 | 12:03 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ธ.ค. 68 | 12:15 น.

15 ปี 'ข้อกำหนดกรุงเทพ' จากพระวิสัยทัศน์ สู่การแก้ไขวิกฤตผู้ต้องขังหญิงที่เพิ่มขึ้น 57%!, TIJ จับมือ UNODC เปิดตัว 'Bangkok Rules Accelerator' ชี้การคืนศักยภาพสตรีในเรือนจำ คือการลงทุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อพัฒนาต้นทุนมนุษย์ของชาติ

KEY

POINTS

  • สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) และ UNODC เปิดตัวโครงการ "Bangkok Rules Accelerator" เพื่อเร่งรัดการนำข้อกำหนดกรุงเทพไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมทั่วโลก
  • โครงการนี้ต่อยอดจาก "ข้อกำหนดกรุงเทพ" ซึ่งริเริ่มจากพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่มุ่งยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  • มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนประเทศต่างๆ ผ่าน

ย้อนกลับไปก่อนปี พ.ศ. 2553 หากกล่าวถึงผู้ต้องขังในเรือนจำ ภาพของผู้หญิงมักเป็นกลุ่มคนที่ถูก "ลืม" ในระบบยุติธรรม แม้จะมี "ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง พ.ศ. 2498" อยู่ก่อนแล้ว

แต่มาตรฐานดังกล่าวมิได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อเพศสภาพของผู้หญิง ทำให้สิทธิที่พึงมีของพวกเธอถูกมองข้าม เนื่องจากผู้ต้องขังหญิงมีความแตกต่างด้านสรีระ สุขภาวะด้านการเจริญพันธุ์ และภูมิหลังทางสังคมต่างจากผู้ชาย ส่งผลให้พวกเธอต้องประสบกับปัญหาด้านสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ยากลำบากอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และมีลูกติด

เปิดตัว 'Bangkok Rules Accelerator' พระวิสัยทัศน์ คืนศักดิ์ศรีผู้ต้องขังหญิง

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโลกเกิดขึ้นจาก "พระวิสัยทัศน์" อันลึกซึ้งของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  หลังจากทรงพบเห็นสภาพปัญหาของผู้ต้องขังหญิงที่ยากลำบากตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544

แรงบันดาลใจนี้ได้นำมาสู่การจัดตั้ง "โครงการกำลังใจในพระราชดำริ" ในปี พ.ศ. 2549, และต่อมาคือโครงการ Enhancing Life of Female Inmate (ELFI) เพื่อผลักดันให้เกิดข้อเสนอการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้หญิงในเรือนจำในนามของประเทศไทย

ความพยายามดังกล่าวประสบผลสำเร็จอย่างยิ่ง เมื่อที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติลงมติประกาศให้ "ข้อกำหนดกรุงเทพ" (The Bangkok Rules) เป็นข้อกำหนดสหประชาชาติในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งนับเป็นข้อกำหนดแรกของโลกที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดความยุติธรรมที่คำนึงถึงเพศสภาพ

โดยข้อกำหนดกรุงเทพได้ทำหน้าที่เป็นกรอบแนวทางในการจัดทำกฎหมายและแนวปฏิบัติทั่วโลกมาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการเสริมสร้างหลักนิติธรรม และการทำให้ระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญามีความเป็นธรรม มีความได้สัดส่วน และมีประสิทธิภาพ

เปิดตัว 'Bangkok Rules Accelerator' พระวิสัยทัศน์ คืนศักดิ์ศรีผู้ต้องขังหญิง

TIJ: ขับเคลื่อนข้อกำหนดจากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เป็นกลไกสำคัญที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อการขับเคลื่อนข้อกำหนดกรุงเทพอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในประเทศและในเวทีโลก โดย TIJ ได้ร่วมมือกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) กระทรวงยุติธรรม และภาคีเครือข่าย เพื่อนำข้อกำหนดนี้มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพอย่างครอบคลุม ตั้งแต่กระบวนการแรกรับผู้ต้องขัง การฟื้นฟูเยียวยาในเรือนจำ การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว การติดตามผลภายหลังการปล่อยตัว ไปจนถึงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญาสำหรับผู้หญิง

ความร่วมมือนี้ได้ก่อให้เกิดโครงการที่ประสบความสำเร็จ เช่น โครงการเรือนจำต้นแบบ โครงการพัฒนาต้นแบบการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย (Pre-Release Model) และโรงเรียนตั้งต้นดี (Restart Academy)

นอกจากนี้ TIJ ยังจัดอบรมเจ้าหน้าที่เรือนจำทั้งในระดับผู้บริหารและระดับปฏิบัติการจากทั่วโลก เพื่อให้การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงสอดคล้องกับข้อกำหนดกรุงเทพ

TIJ ยังมีภารกิจในการเชื่อมโยงแนวคิดสากลเหล่านี้สู่การปฏิบัติในระดับประเทศและในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

ความท้าทายที่รอการลงทุนด้าน 'ต้นทุนมนุษย์'

แม้จะมีความก้าวหน้า แต่ความพยายามเพื่อการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงโดยคำนึงถึงเพศภาวะยังคงประสบความท้าทายสำคัญ โดยพบว่า มีแนวโน้มการเพิ่มจำนวนของประชากรหญิงและเด็กผู้หญิงในเรือนจำทั่วโลกสูงถึง 733,000 คน หรือคิดเป็น 6.9% ของประชากรเรือนจำโลก ซึ่งสูงกว่าในปี พ.ศ. 2543 ถึง 57%

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ทั่วโลกยังคงมีนโยบายเน้นการลงโทษด้วยการจำคุก โดยเฉพาะในคดีที่ไม่ใช่ความรุนแรง หรือมีสาเหตุจากความยากจน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชี้ว่า การมุ่งเน้นใช้โทษจำคุกกับคดีที่ปราศจากความรุนแรงหรือมาจากความยากจน สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในการป้องกัน คุ้มครอง และสนับสนุนผู้หญิง การจำคุกผู้หญิงเหล่านี้ยังก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อครอบครัว เด็ก และชุมชน ซึ่งเท่ากับการสูญเสีย "ทุนมนุษย์" ที่มีผลต่อเนื่องในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า การเพิ่มขึ้นของผู้ต้องขังสตรีสะท้อนให้เห็นว่า ความเหลื่อมล้ำในการลงโทษ ข้อจำกัดของโอกาสในชีวิต และช่องว่างของระบบสวัสดิการสังคม จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

เปิดตัว 'Bangkok Rules Accelerator' พระวิสัยทัศน์ คืนศักดิ์ศรีผู้ต้องขังหญิง

เปิดตัว Bangkok Rules Accelerator: กลไกยกระดับสู่ยุทธศาสตร์ระดับโลก

ในโอกาสครบรอบ 15 ปี ข้อกำหนดกรุงเทพ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 TIJ จึงได้ร่วมกับ UNODC เปิดการประชุมนานาชาติ ภายใต้หัวข้อ “จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ: 15 ปี ข้อกำหนดกรุงเทพและอนาคตของกระบวนการยุติธรรมที่สนองตอบต่อเพศภาวะ” เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงให้เป็นมากกว่ากฎระเบียบที่นานาประเทศยอมรับ แต่ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับโลก

ในงานเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ประกาศความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ UNODC เพื่อเปิดตัว "โครงการ Bangkok Rules Accelerator" หรือ “โครงการเร่งรัดการดำเนินงานตามข้อกำหนดกรุงเทพ” โครงการระดับโลกนี้ถูกออกแบบเพื่อแปลงวิสัยทัศน์แห่งข้อกำหนดกรุงเทพให้เป็นการดำเนินการอย่างบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ อันจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถวัดผลได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า

เปิดตัว 'Bangkok Rules Accelerator' พระวิสัยทัศน์ คืนศักดิ์ศรีผู้ต้องขังหญิง

โครงการ Accelerator จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการนำข้อกำหนดกรุงเทพไปปฏิบัติ ด้วยการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค การให้คำปรึกษาเชิงนโยบาย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร แก่ประเทศนำร่องที่มุ่งมั่นพัฒนากระบวนการยุติธรรมที่ตอบสนองต่อมิติทางเพศภาวะ

นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายด้านการพัฒนา เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรการที่มิใช่การคุมขัง การฟื้นฟูและการกลับคืนสู่สังคม และการออกแบบนโยบายที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์

ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

การเปิดตัวโครงการเร่งรัดนี้ได้ตอกย้ำจุดยืนใหม่ของ "ข้อกำหนดกรุงเทพ" ในฐานะส่วนสำคัญของการ “ขับเคลื่อนระเบียบวาระโลก (Global Agenda)” โดยเฉพาะวาระสตรี สันติภาพ และความมั่นคง (Women Peace and Security agenda หรือ WPS agenda)

ผู้ร่วมเสวนาในการประชุมนานาชาติได้เน้นย้ำถึงการเชื่อมโยงหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนเข้ากับมิติการพัฒนามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเห็นตรงกันว่า การปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การยึดมั่นในหลักสากลว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมเท่านั้น แต่คือ "การลงทุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่คุ้มค่าที่สุด" เพราะการคืนศักยภาพให้ผู้หญิงผ่านโอกาสทางการศึกษา การดูแลสุขภาพ และการเตรียมความพร้อมกลับสู่สังคม ไม่เพียงช่วยให้พวกเธอมีชีวิตที่มีคุณค่า แต่ยังเป็นการพัฒนา "ต้นทุนมนุษย์" ที่ส่งผลประโยชน์ระยะยาวต่อความมั่นคงของสถาบันครอบครัว ชุมชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติ

เปิดตัว 'Bangkok Rules Accelerator' พระวิสัยทัศน์ คืนศักดิ์ศรีผู้ต้องขังหญิง

การขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมที่คำนึงถึงเพศภาวะจึงเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสันติภาพ การมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ

โดยประเทศไทยยืนยันความพร้อมที่จะเดินหน้าร่วมกับ UNODC และทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันวิสัยทัศน์ของข้อกำหนดกรุงเทพให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป