thansettakij
thansettakij
30มิ.ย.จ่ายเจ้าหนี้‘คลองจั่น’ ลุ้นDSIยึดธรรมกายอีก400ล.

30มิ.ย.จ่ายเจ้าหนี้‘คลองจั่น’ ลุ้นDSIยึดธรรมกายอีก400ล.

23 มิ.ย. 59 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มิ.ย. 59 | 09:35 น.
ยุบเลิกสหกรณ์ 1,000 แห่ง กรมตรวจบัญชีฯ แจงเพื่อให้สิ้นผลทางกฎหมายพร้อมเดินหน้าเสริมแกร่งให้มีผู้ทำบัญชี ขณะที่วงในแฉบางแห่ง 7 ปี ไม่เสนองบการเงิน แต่ทางการเพิ่งสั่งยุบ ชี้เหตุราชการไม่ดูภารกิจปล่อยเวลาล่วงเลย ด้านชสค.ตั้งวงถกตั้งกองทุน 1 หมื่นล้าน ช่วยคลองจั่นหลังนัดจ่ายคืนเจ้าหนี้รอบแรก 600 ล้าน

ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพหลักในการหารือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการเข้าไปกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศโดยให้สรุปผลภายใน 3 เดือน ซึ่งต่อเนื่องจากผลการเจรจาให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กำกับดูแลสหกรณ์ไม่เป็นไปตามแผนนั้น

ล่าสุดดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ประเด็นดังกล่าวต้องรอให้กระทรวงการคลังกำหนดวันเวลาเพื่อหารืออีกครั้ง ซึ่งเข้าใจว่ากำลังอยู่ในกระบวนการประสานงานกันอยู่

สอดรับนายสมปอง อินทร์ทอง อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ที่ระบุว่า ได้รับการประสานจากกรมส่งเสริมสหกรณ์แล้วว่า จะมีการกำหนดวันเวลาการประชุมเข้ามาอีกครั้งเพื่อเข้าหารือกับกระทรวงการคลังเพราะต้องได้ข้อสรุปภายใน 3 เดือนตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายไว้

ส่วนกรณีการตรวจสอบสหกรณ์ที่มีข้อบกพร่อง (สิ้นเดือนธ.ค.จำนวน 1,103 แห่งความเสียหาย 2.9 หมื่นล้านบาท) อธิบดีกรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์แจ้งความคืบหน้าว่าทางกรมได้เตือนและแนะนำให้แก้ไขข้อพร่องต่างๆ อาทิ ทุจริต การบัญชี การเงิน นอกกรอบวัตถุประสงค์ พฤติกรรมอาจเกิดความเสียหายโดยให้โอกาสแก้ไขอย่างมีกำหนดกรอบเวลา ซึ่งที่ผ่านมาได้ติดตามว่าสหกรณ์ใดดำเนินการหรือไม่ดำเนินการอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่างแก้ไขข้อบกพร่อง

ประกอบกับช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมปีนี้ เป็นช่วงสอบบัญชีและปิดบัญชีซึ่งมีประมาณกว่า 100 สหกรณ์ที่เร่งรัดให้จัดทำบัญชีเพื่อกรมตรวจสอบจะเข้าไปตรวจสอบได้ ซึ่งสหกรณ์เหล่านี้ส่วนหนึ่งไม่ปฏิบัติตามหลักการแต่ไม่เสียหายร้ายแรง เพราะมีเพียงส่วนน้อยและมูลค่าความเสียหายไม่สูง

"ที่ผ่านมาได้เสนอกรมส่งเสริมสหกรณ์พิจารณายุบเลิกสหกรณ์ 1,000 แห่ง มูลค่าความเสียหายกว่า 4 พันล้านบาท ซึ่งทางกรมส่งเสริมฯจะพิจารณา จากนั้นจึงทยอยชำระบัญชีเพื่อยุบเลิกสิ้นผลทางบัญชี (กรมส่งเสริมสั่งยุบ 787 แห่ง มูลหนี้ 3,824 ล้านบาท) ขณะที่กรมอยู่ระหว่างเดินหน้าประชารัฐเร่งดำเนินการวางระบบบัญชีและงบการเงินสร้างความแข็งแกร่งสู่สหกรณ์ทั้งระบบ"

ด้านแหล่งข่าวจากสหกรณ์เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ทางชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย(ชสค.)กำหนดนัดประชุมสหกรณ์ 7 ประเภทโดยมีวาระการประชุมใน 3 ประเด็นคือ 1.พิจารณาแนวทางช่วยเหลือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งที่ผ่านมา(31พ.ค.59) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแต่งตั้งคณะทำงาน 2 ชุดคือ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูฯมีปลัดกระทรวงเกษตรฯเป็นประธาน และคณะกรรมการกำกับการบริหารแผนฟื้นฟูกิจการมีนายอำนวย ปะติเสเป็นประธาน

ประเด็นที่ 2 กรณีจะมีนโยบายโอนสหกรณ์ไปสังกัดกระทรวงการคลังนั้นเบื้องต้นส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะหลักการสหกรณ์มุ่งเน้นช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งเป็นทุนของชุมชนของชาวบ้านและสังคมจึงนัดหารือเพื่อสรุปเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และประเด็นที่ 3 หารือเกี่ยวกับแนวคิดจัดตั้งธนาคารสหกรณ์โดยใช้เงินทุนที่มีอยู่(โดยเฉพาะสหกรณ์ประเภทออมทรัพย์)

"ชสค.จะนัดหารือสมาชิกสหกรณ์ 7 ประเภทเพื่อหาข้อสรุปเพื่อเสนอภาครัฐอีกครั้ง เพราะอยากให้มีแนวทางที่ชัดเจนไม่หลงทางเช่นที่ผ่านมา อย่างกรณียุบเลิกสหกรณ์นั้น จริงๆในทางปฏิบัติที่ผ่านมาทางราชการเองไม่ดูภารกิจปล่อยเวลาล่วงเลย เช่นบางแห่ง 7 ปี ไม่เสนองบการเงินแต่ทางกรมเพิ่งสั่งยุบเลิก นอกจากนี้กรณีสหกรณ์คลองจั่นก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เวลานี้ยังไม่รู้ว่าจะหาแหล่งเงินจากที่ไหนมาชำระคืนสมาชิกและเงิน 1.6 หมื่นล้านบาทหายไปไหน"

ต่อเรื่องนี้นายประกิต พิลังกาสา ประธานคณะผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ ประธานกรรมการบริหารลูกหนี้/ผู้ทำแผนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกล่าวว่า ขณะนี้แผนฟื้นฟูกิจการมีความคืบหน้า โดยกำหนดทยอยชำระคืนหนี้สมาชิกกว่า 1.88 หมื่นรายวงเงิน 600 ล้านบาท เฉลี่ยคืน 3.76% ของมูลหนี้ภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยเจ้าหนี้สามารถเลือกรับเป็นเงินสดที่สำนักงาน หรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากผ่านธนาคารโดยจะทยอยโอนเข้าบัญชีตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน และเงินถึงมือเจ้าหนี้ครบไม่เกินวันที่ 15 กรกฎาคม2559

ส่วนความคืบหน้าการติดตามหนี้คืนนั้น นายประกิตกล่าวว่า ในส่วนของกองทุนศิษย์วัดธรรมกายนั้นคงเหลือประมาณ 400 ล้านบาทจากที่ได้รับมาแล้ว 1,055 ล้านบาท ตามหลักฐานของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอที่มีมูลค่าความเสียหายรวม 1,458ล้านบาท นอกจากนี้ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งคดี ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) อายัดทรัพย์สินนายศุภชัยกับพวกมูลค่าเกือบ 4 พันล้านบาท ทั้งนี้หากศาลมีคำสั่งให้ชนะคดีดังกล่าวก็สามารถนำทรัพย์ออกขายทอดตลาดและนำเงินเตรียมจ่ายคืนเจ้าหนี้แต่ละงวดตามแผน

Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,168 วันที่ 23 - 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline