thansettakij
‘ภราดร’ มอบนโยบาย สทนช. ยันกรุงเทพฯ ไม่เจอน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554

‘ภราดร’ มอบนโยบาย สทนช. ยันกรุงเทพฯ ไม่เจอน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554

03 ต.ค. 2568 | 08:22 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ต.ค. 2568 | 08:23 น.

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ‘ภราดร ปริศนานันทกุล’ มอบนโยบาย สทนช. รับมือบริหารจัดการน้ำ หลังเจอพายุฝนตกหนักต่อเนื่อง ยันกรุงเทพฯ ไม่เจอน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554

วันนี้ (3 ตุลาคม 2568) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายแก่ผู้บริหารสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยมีนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สทนช. และผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัด สทนช. เข้าร่วม 

นายภราดร เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มอบนโยบายแก่ผู้บริหาร สทนช. ในการบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงหารือเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน เพื่อหาแนวทางในการเร่งคลี่คลายอุทกภัยให้กลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากแม้พายุ “บัวลอย” จะสลายตัวไปแล้ว 

แต่ในหลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้เขื่อนขนาดใหญ่ของภาคเหนือ ทั้งเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำมากถึงร้อยละ 80-90 ของความจุเก็บกัก จึงต้องพร่องน้ำในระยะนี้ที่มีฝนตกน้อยลง เพื่อป้องกันน้ำล้นเขื่อนที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำมากยิ่งขึ้น 

ขณะเดียวกันเขื่อนเจ้าพระยาที่มีมวลน้ำเหนือเขื่อนเป็นจำนวนมาก แม้ สทนช. จะขออนุญาตคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ปรับกรอบอัตราการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 2,700 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำมากยิ่งขึ้น 

แต่ด้วยรัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนเป็นอย่างยิ่ง จึงได้กำชับให้บริหารจัดการเพื่อควบคุมอัตราการระบายน้ำอย่างเต็มที่ โดยในวันนี้มีการระบายน้ำที่ 2,500 ลบ.ม. ต่อวินาที พร้อมทั้งระบายน้ำส่วนเกินไปยังฝั่งตะวันออกและตะวันตกของเขื่อนอย่างสมดุลกัน รวมถึงบริหารจัดการน้ำในทุ่งลุ่มต่ำต่าง ๆ อย่างรอบคอบ 

 

‘ภราดร’ มอบนโยบาย สทนช. ยันกรุงเทพฯ ไม่เจอน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554

 

พร้อมกันนี้ สทนช. จะหารือร่วมกับกรมชลประทานในเรื่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตการระบายน้ำ เพื่อวางแนวทางการดำเนินงานให้เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

ส่วนของการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ได้มอบหมายให้ สทนช. ประสานงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเน้นย้ำว่าจะต้องแก้ไขปัญหาความล่าช้าเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมากในการแก้ไขปัญหาระยะยาว เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก 

โดยหน่วยงานได้รับนโยบายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางในการเร่งรัดแผนงานและโครงการสำคัญต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ อาทิ โครงการคลองระบายน้ำหลาก บางบาล - บางไทร และโครงการคลองระบายน้ำหลาก ป่าสัก - อ่าวไทย ซึ่งจะช่วยบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 

 

‘ภราดร’ มอบนโยบาย สทนช. ยันกรุงเทพฯ ไม่เจอน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554

 

สำหรับความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าอาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยปี 2554 นั้น แม้ช่วงเวลานี้จะมีปริมาณน้ำจำนวนมาก แต่ยังน้อยกว่าปี 2554 และมีการบริหารจัดการอย่างเต็มศักยภาพเพื่อป้องกันไม่ให้อุทกภัยขยายวงกว้างมากขึ้น 

ถึงแม้จะมีปัจจัยจากน้ำทะเลหนุนในบางช่วง แต่ได้มีการเตรียมพร้อมเร่งระบายน้ำไว้อย่างเต็มที่แล้ว รวมถึงเตรียมให้ความช่วยเหลือพื้นที่นอกคันกั้นน้ำต่าง ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจได้ว่าความรุนแรงจะไม่เท่าเมื่อปี 2554 อย่างแน่นอน

ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ขณะนี้ สทนช. จะดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน ได้แก่

1. ระบบสารสนเทศ ด้านทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ เพื่อการแจ้งเตือนภัย เพื่อจัดทำระบบเตือนภัยน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ

2. การจัดหาน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำให้ประชาชนอย่างทั่วถึงทุกครัวเรือน

โดยมีเป้าหมายในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากภัยด้านน้ำให้ประชาชน

 

‘ภราดร’ มอบนโยบาย สทนช. ยันกรุงเทพฯ ไม่เจอน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554