
เอสเอ็มอีสิงคโปร์รู้สึกดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 2 ปี
หนังสือพิมพ์สเตรตส์ไทม์ส รายงานว่านักธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กของสิงคโปร์คิดว่าธุรกิจมีแนวโน้มดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี เชื่อธุรกิจลดลงถึงจุดต่ำสุดแล้ว
รายงานข่าวระบุว่า การสำรวจความคิดเห็นของนักธุรกิจขนาดกลางและเล็กเกี่ยวกับแนวโน้มความเชื่อมั่นธุรกิจประจำไตรมาส ปรากฏว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดยรวมอยู่ที่ 51.9 เพิ่มขึ้น 3.8% จาก 50 ในไตรมาสที่แล้วซึ่งเป็นจุดต่ำสุดตั้งแต่มีการทำดัชนี และเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสที่ผ่านมา
สเตรตส์ไทม์ส ระบุว่าการสำรวจประจำปีจัดทำขึ้นโดยสหพันธ์ธุรกิจสิงคโปร์และบริษัทดีพีอินฟอร์เมชั่นกรุ๊ปฯ เป็นการสำรวจความคิดเห็นของเจ้าของกิจขนาดกลางและเล็ก 3,600 คนระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมาโดยสอบถามความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจในรอบ 6 เดือนข้างหน้า
จากการสำรวจภาคธุรกิจ 6 กลุ่มพบว่าความเชื่อมั่นทางธุรกิจของนักธุรกิจเพิ่มมากที่สุดในภาคธุรกิจขนส่งและคลังสินค้าซึ่งเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตามด้วยธุรกิจบริการซึ่งเพิ่มขึ้น 1.9% จากไตรมาสที่แล้วเช่นกัน
นายโฮ เมง คิต (Ho Meng Kit) ประธานของสหพันธ์ธุรกิจสิงคโปร์กล่าวว่า ดัชนีในกลุ่มย่อยเกือบทั้งหมดทั้งการทำกำไร การขยายธุรกิจและการเพิ่มการจ้างงาน เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 % เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยข้อมูลชี้ไปที่การคาดหมายว่าจะมีรายได้ที่ดีขึ้น การขยายธุรกิจ การลงทุนมากขึ้น การจ้างงานและการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณดีที่ชี้ว่าเอสเอ็มอีมีความรู้สึกที่ดีขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจในระยะสั้น
“ในภาคบริการ ค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่มมีการคาดหมายว่าจะทำกำไรได้มากขึ้นในระดับที่สูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจทั้งหมดที่ทำการสำรวจ โดยธุรกิจในภาคบริการแสดงความเห็นว่าจะเพิ่มการจ้างงานค่อนข้างมาก มีตัวเลขเพิ่มขึ้น 8.8 % เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน”
อย่างไรก็ดี ประธานของสหพันธ์ธุรกิจสิงคโปร์กล่าวว่าความเชื่อมั่นธุรกิจที่ดีขึ้นไม่ได้หมายความเอสเอ็มอีพ้นจากขวากหนามแล้ว เพราะหากคิดเป็นตัวเลขทั้งปี ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจเอสเอ็มอียังอยู่ในจุดที่ต่ำสุดตั้งแต่มีการเริ่มทำดัชนีเอสเอ็มอีในปี 2552 ดังนั้นจึงควรที่จะมีความระมัดระวังอยู่โดย เอสเอ็มอี ควรจะติดตามข้อมูลความช่วยเหลือจากรัฐบาลทั้งด้านการเงิน การอบรมและการยกระดับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
นายโฮ กล่าวว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังไม่ควรประมาท เนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ นักเศรษฐศาสตร์ได้ลดการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ปีนี้จาก 1.9% เหลือ 1.8% เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและจีนมีแนวโน้มขยายตัวลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,168 วันที่ 23 - 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
รายงานข่าวระบุว่า การสำรวจความคิดเห็นของนักธุรกิจขนาดกลางและเล็กเกี่ยวกับแนวโน้มความเชื่อมั่นธุรกิจประจำไตรมาส ปรากฏว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดยรวมอยู่ที่ 51.9 เพิ่มขึ้น 3.8% จาก 50 ในไตรมาสที่แล้วซึ่งเป็นจุดต่ำสุดตั้งแต่มีการทำดัชนี และเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสที่ผ่านมา
สเตรตส์ไทม์ส ระบุว่าการสำรวจประจำปีจัดทำขึ้นโดยสหพันธ์ธุรกิจสิงคโปร์และบริษัทดีพีอินฟอร์เมชั่นกรุ๊ปฯ เป็นการสำรวจความคิดเห็นของเจ้าของกิจขนาดกลางและเล็ก 3,600 คนระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมาโดยสอบถามความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจในรอบ 6 เดือนข้างหน้า
จากการสำรวจภาคธุรกิจ 6 กลุ่มพบว่าความเชื่อมั่นทางธุรกิจของนักธุรกิจเพิ่มมากที่สุดในภาคธุรกิจขนส่งและคลังสินค้าซึ่งเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตามด้วยธุรกิจบริการซึ่งเพิ่มขึ้น 1.9% จากไตรมาสที่แล้วเช่นกัน
นายโฮ เมง คิต (Ho Meng Kit) ประธานของสหพันธ์ธุรกิจสิงคโปร์กล่าวว่า ดัชนีในกลุ่มย่อยเกือบทั้งหมดทั้งการทำกำไร การขยายธุรกิจและการเพิ่มการจ้างงาน เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 % เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยข้อมูลชี้ไปที่การคาดหมายว่าจะมีรายได้ที่ดีขึ้น การขยายธุรกิจ การลงทุนมากขึ้น การจ้างงานและการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณดีที่ชี้ว่าเอสเอ็มอีมีความรู้สึกที่ดีขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจในระยะสั้น
“ในภาคบริการ ค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่มมีการคาดหมายว่าจะทำกำไรได้มากขึ้นในระดับที่สูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจทั้งหมดที่ทำการสำรวจ โดยธุรกิจในภาคบริการแสดงความเห็นว่าจะเพิ่มการจ้างงานค่อนข้างมาก มีตัวเลขเพิ่มขึ้น 8.8 % เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน”
อย่างไรก็ดี ประธานของสหพันธ์ธุรกิจสิงคโปร์กล่าวว่าความเชื่อมั่นธุรกิจที่ดีขึ้นไม่ได้หมายความเอสเอ็มอีพ้นจากขวากหนามแล้ว เพราะหากคิดเป็นตัวเลขทั้งปี ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจเอสเอ็มอียังอยู่ในจุดที่ต่ำสุดตั้งแต่มีการเริ่มทำดัชนีเอสเอ็มอีในปี 2552 ดังนั้นจึงควรที่จะมีความระมัดระวังอยู่โดย เอสเอ็มอี ควรจะติดตามข้อมูลความช่วยเหลือจากรัฐบาลทั้งด้านการเงิน การอบรมและการยกระดับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
นายโฮ กล่าวว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังไม่ควรประมาท เนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ นักเศรษฐศาสตร์ได้ลดการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ปีนี้จาก 1.9% เหลือ 1.8% เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและจีนมีแนวโน้มขยายตัวลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,168 วันที่ 23 - 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559






