
กรมอุตุฯ ประกาศเตือนพายุ ‘บัวลอย’ ฉบับที่ 7 พาดผ่านพื้นที่ไหนบ้าง?
อัปเดตล่าสุด! กรมอุตุฯ เตือนพายุ ‘บัวลอย’ ฉบับที่ 7 ทิศทางเคลื่อนตัว ส่งผลฝนตกหนักถึงหนักมากวันที่ 28-30 กันยายน 2568 พัดผ่านพื้นที่ไหนบ้างตรวจสอบที่นี่
KEY
POINTS
- กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในวันที่ 29 ก.ย. 68
- อิทธิพลของพายุส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. 68 โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
- เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
- คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 68
วันที่ 28 กันยายน 2568 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุ “บัวลอย” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 7 (268/2568) เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (28 ก.ย. 68) พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” (BUALOI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 105 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในวันที่ 29 กันยายน 2568 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ
จากอิทธิพลของพายุ “บัวลอย” ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. 68 ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวขอบของพายุ รวมถึงด้านรับมรสุมในภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก
วันที่ 28 กันยายน 2568
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น มุกดาหาร และกาฬสินธุ์
- ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
วันที่ 29 กันยายน 2568
- ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และอุตรดิตถ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ และอุดรธานี
- ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: จังหวัดระนอง และพังงา
วันที่ 30 กันยายน 2568
- ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก
วันที่ 28 กันยายน 2568
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และหนองคาย
- ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
- ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
- ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล
วันที่ 29 กันยายน 2568
- ภาคเหนือ: จังหวัดแพร่ เชียงใหม่ และ ลำปาง
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดสกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร และอำนาจเจริญ
- ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
- ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 30 กันยายน 2568
- ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก และแม่ฮ่องสอน
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี และชัยภูมิ
- ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจมบุรี
- ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
- ภาคใต้: จังหวัดระนอง และพังงา
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 68
ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.






