
'การประมูลคลื่นความถี่ กสทช.' มีผลต่อ 5G และ AI อย่างไร?
การประมูลคลื่นความถี่ กสทช. เสริมแกร่ง 5G และรองรับการใช้งาน AI ที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก ส่งผลดีต่อประชาชน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของคนไทย
KEY
POINTS
- กสทช. จัดประมูลคลื่นความถี่ โดยเอไอเอสและทรูเป็นผู้ชนะได้คลื่นย่านใหม่ไปเสริมศักยภาพเครือข่าย
- การได้คลื่นความถี่เพิ่มช่วยให้เครือข่าย 4G และ 5G มีความเร็วสูงขึ้น รองรับการใช้งานดาต้าปริมาณมากได้ดีกว่าเดิม
- ประสิทธิภาพของเครือข่าย 5G ที่ดีขึ้นมีความสำคัญต่อการใช้งาน AI ซึ่งต้องการความเร็วสูงในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก
หลังจากการประมูลคลื่นความถี่สิ้นสุดลง ค่ายมือถือสองค่ายใหญ่ได้คลื่นความถี่ไปเสริมเครือข่ายของตัวเอง ส่งผลให้ไทยมีจำนวนคลื่นความถี่ที่มีคุณภาพและความเร็วเพียงพอ สอดคล้องกับความต้องการใช้งานมือถือและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในปัจจุบัน
การประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุดก็ชัดเจนว่าเอไอเอสคว้าคลื่น ย่าน 2100 MHz ไป ในขณะที่ทรูคว้าคลื่นย่าน 1500 และ 2300 MHz ไป
ทั้ง 3 ย่านความถี่นี้จะถูกนำไปใช้ร่วมกับคลื่นที่มีอยู่เดิม ช่วยให้สามารถรองรับการใช้งาน 4G และ 5G ได้ ส่งผลดีต่อประชาชนในทุกภาคส่วน เพราะช่วยให้รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น
รับรองจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้มากกว่า ทุกคนสามารถใช้งานการรับส่งข้อมูลที่มีปริมาณมาก อย่างเช่นการใช้งาน AI ได้
ปัจจุบันความต้องการใช้งานด้านดาต้าของคนไทยมีปริมาณสูงมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการใช้งาน AI การที่จะให้ AI สามารถประมวลผลได้อย่างแม่นยำ จำเป็นต้องต้องใช้ปริมาณข้อมูลจำนวนมาก และต้องใช้ปริมาณการอัพโหลด ดาวน์โหลดสูง
รวมถึงต้องใช้ความเร็วในการดาวน์โหลดด้วย AI จึงจะมีความฉลาดและเก่งในการตอบคำถาม การจัดประมูลคลื่นความถี่หลายคลื่นพร้อมกัน
ช่วยให้ผู้ชนะการประมูลนำคลื่นที่ประมูลได้ ไปเพิ่มศักยภาพรองรับการการใช้งาน 4G และ 5G ของผู้ใช้บริการ เป็นประโยชน์สำหรับการใช้งาน AI และยังเป็นการเพิ่มโอกาส เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคนไทยให้มากขึ้นด้วย






