
กรมอุตุฯ พยากรณ์ฝนล่วงหน้า จับตา"พายุหมุนเขตร้อน" 11-13 มิ.ย.68
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศล่วงหน้า พร้อมจับตาหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเป็นพายุหมุนเขตร้อน 11-13 มิ.ย.68 เคลื่อนเข้าจีน อาจทำให้มรสุมปกคลุมไทยมีกำลังแรง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศ พยากรณ์ฝนล่วงหน้า 15 วันตั้งแต่วันนี้ 9- 23 มิ.ย.68 (อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป ECMWF) โดยสถานการณ์ฝนยังมีการเปลี่ยนแปลงในสัปดาห์นี้ประเทศไทย จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณประเทศไทยตอนบนใกล้ร่องมรสุม และด้านรับมรสุม ต้องระวังฝนตกหนักและฝนตกสะสม อนึ่งในช่วงวันที่ 11-13 มิ.ย.68 มีแนวโน้มหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวและจะทวีกำลังแรงเป็นพายุหมุนเขตร้อน เคลื่อนตัวไปทางจีน ทั้งนี้สามารถตรวจสอบไทม์ไลน์สภาพอากาศ ฝนฟ้าอากาศล่วงหน้า 15 วันได้ดังต่อไปนี้
วันที่ 9-12 มิถุนายน 2568
ยังคงมีฝนเพิ่มขึ้นบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคกลาง กทม. ปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งอันดามันด้านรับมรสุม โดยมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ และตกหนักมากด้านรับมรสุมภาคใต้ฝั่งอันดามันและภาคตะวันออก (จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง ระยอง จันทบุรี ตราด) เนื่องจากมรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น และคาดว่าจะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณประเทศไทยตอนบน ยังต้องติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือ จากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและฝนที่ตกสะสม คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงขึ้นโดยเฉพาะในทะเลอันดามัน ชาวเรือ ชาวประมงเดินเรือด้วยความระวัง เรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง
วันที่ 13 -23 มิถุนายน 2568
- ประเทศไทยตอนบนยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่าง มีฝนลดลง เนื่องจากลิ่มความกดอากาศสูง(ridge) จากซีกโลกใต้แผ่ขึ้นมาปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง
อนึ่งในช่วง 10 -13 มิ.ย. ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวและมีกำลังแรงขึ้น (เนื่องจากอยู่ในทะเล)
- ในช่วงวันที่ 11-13 มิ.ย.68 และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อนได้ และเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือเข้าสู่ประเทศจีนตอนใต้ อาจส่งผลให้มรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ยังต้องติดตามเป็นระยะๆ ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรง
อนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ และขอนแก่น
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ
- อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.






