thansettakij
thansettakij
ส่งออกครึ่งหลังสดใส การ์เมนต์-ข้าว-ไก่แปรรูป-รถยนต์ออร์เดอร์ทะลัก

ส่งออกครึ่งหลังสดใส การ์เมนต์-ข้าว-ไก่แปรรูป-รถยนต์ออร์เดอร์ทะลัก

17 มิ.ย. 59 | 05:00 น.
เอกชนประสานเสียง ส่งออกไทยครึ่งปีหลังฟื้น บิ๊กการ์เมนต์ชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัว ขณะญี่ปุ่นย้ายออร์เดอร์จากจีนมาไทยหนีต้นทุนสูงอีกตัวช่วย “ข้าวไชยพร”ได้ตลาดแอฟริกาเพิ่มยอด ลุ้นออร์เดอร์อิรัก หลังไฟเขียวให้ร่วมประมูลข้าวรอบ 2 ปี“ฉวีวรรณกรุ๊ป” ยันคำสั่งซื้อไก่อียูทะลัก “ไทยฮั้วยางพารา” ชี้หลังส.ค.ราคาพุ่งทะยานกลุ่มรถยนต์ มั่นใจเป้า 1.2 ล้านคัน

[caption id="attachment_62710" align="aligncenter" width="700"] สินค้าส่งออก 5 อันดับแรกของไทยช่วง 4 เดือนปี 2558 และเป้าหมายการขยายตัวปี 2559 สินค้าส่งออก 5 อันดับแรกของไทยช่วง 4 เดือนปี 2558 และเป้าหมายการขยายตัวปี 2559[/caption]

จากที่ “ฐานเศรษฐกิจ” ได้เกาะติดสถานการณ์ และแนวโน้มการส่งออกซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ตรวจสอบผู้บริหารของบริษัทส่งออกในหลายกลุ่มสินค้า ถึงสถานการณ์ในครึ่งปีแรกที่กำลังจะผ่านพ้นไป และในครึ่งปีหลังที่กำลังจะย่างเข้ามา พบมีสัญญาณเชิงบวก โดยหลายกลุ่มสินค้ามั่นใจการส่งออกจะกลบั มาฟื้นตัวดีขึ้น

บิ๊กการ์เมนต์ออร์เดอร์ทะลัก

นายวัลลภ วิตนากร ประธานกลุ่มบริษัทไฮ-เทค แอพพาเรลฯ หนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การส่งออกของบริษัทในครึ่งปีแรกถือว่าทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่แนวโน้มในครึ่งหลังของปีนี้มีสัญญาณที่ดีขึ้น จากเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท และเป็นตลาดใหญ่สุดของการส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม(การ์เมนต์)ของไทยเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน

ขณะที่ตลาดสหภาพยุโรป(อียู)ที่เศรษฐกิจภาพรวมไม่ดี แต่คาดไม่เลวร้ายไปกว่านี้ ขณะเดียวกันในส่วนของผู้นำเข้าญี่ปุ่น ซึ่งเคยพึ่งพาฐานการผลิตในจีนได้ย้ายคำสั่งซื้อ(ออร์เดอร์)จากจีนมายังไทย อินโดนีเซีย และเวียดนามมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตเสื้อผ้าใน 3 แหล่งผลิตใหญ่ของจีน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ กวางเจา และเสินเจิ้น มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นมากจากค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น

"การย้ายคำสั่งซื้อของญี่ปุ่น เขาจะมองที่โรงงานใหญ่ ผลิตสินค้าได้มาตรฐานเป็นหลัก ซึ่งไทยถือเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ที่เขาลงออร์เดอร์ ทำให้ทางบริษัทและผู้ผลิตรายอื่น ๆของไทยได้รับออร์เดอร์ตามไปด้วย ขณะที่ปกติในครึ่งปีหลังในทุกปีที่ผ่านมาออร์เดอร์ที่บริษัทได้รับจะไม่เต็มกำลังการผลิต แต่ปีนี้ออร์เดอร์เราเต็มกำลังผลิต ดังนั้นยอดขายในครึ่งหลังของบริษัทจะโตจากปีที่แล้ว 20% และภาพรวมทั้งปีนี้เป้าจะโต 10% จากปีที่แล้ว"

ไชยพรลุยข้าวแอฟริกา-อิรัก

เช่นเดียวนายเสริมศักดิ์ ควรทรงธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ข้าวไชยพร จำกัด ที่กล่าวว่า การส่งออกข้าวของบริษัทในครึ่งแรกของปีนี้สามารถทำได้แล้วที่เกือบ 2 แสนตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วราว 30% เป็นผลจากบริษัทได้หันไปทำตลาดในทวีปแอฟริกามากขึ้น อาทิ เบนิน และโตโก จากเดิมมุ่งเน้นตลาดอิหร่านและอิรัก ล่าสุดในเดือนกรกฎาคมนี้จะเดินทางร่วมคณะผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์เพื่อเจรจาขายข้าวให้กับประเทศโมซัมบิก

ขณะเดียวกันตลาดอิรัก ซึ่งได้แบนการนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมานานเกือบ 2 ปี จากมีผู้ส่งออกรายหนึ่งส่งเข้าไปแล้วมีปัญหาเรื่องคุณภาพ แต่ล่าสุดอิรักได้อนุญาตให้ผู้ส่งออกข้าวไทยเข้าร่วมประมูลซื้อข้าวเป็นการทั่วไปได้อีกครั้ง ซึ่งล็อตล่าสุดข้าวที่เปิดประมูลเป็นชนิดข้าวขาว 100% ปริมาณ 5 หมื่นตัน

"บริษัทได้เข้าร่วมเสนอราคาขายข้าวให้อิรักในครั้งนี้ด้วย และหวังจะได้ออร์เดอร์เช่นกัน ทำให้ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะส่งออกข้าวได้ใกล้เคียง 4 แสนตัน จากปีที่แล้วส่งออกได้ 3 แสนตันต้น ๆ"

ไก่ฉวีวรรณมั่นใจโต7%

สอดรับนางฉวีวรรณ คำพา ประธานกรรมการบริหาร ฉวีวรรณกรุ๊ป ผู้ผลิตและส่งออกไก่ มีตลาดหลักที่อียู ระบุว่า ยอดส่งออกสินค้าไก่ของกลุ่มในครึ่งแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 3-5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งในแง่ปริมาณ และมูลค่า ส่วนในครึ่งปีหลังมองว่ายังส่งออกได้ดีในทุกตลาด มั่นใจปีนี้ยอดขายยังโตได้ 7% แต่ต้องระมัดระวังเรื่องมาตรฐานสินค้า รวมถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯและค่าเงินยูโรที่เราค้าขายเป็นสกุลหลัก รวมถึงค่าเงินปอนด์ ค่าเงินเยนที่เราค้าขายบางส่วนเพราะยังมีความผันผวน ขึ้น-ลงตลอด เสี่ยงต่อการขาดทุน

ขณะที่การส่งออกสินค้าไก่ไปตลาดอียูเวลานี้ต้องแข่งขันด้านราคากับผู้ผลิตจากยุโรปตะวันออกที่ขายตัดราคา ทำให้ภาพรวมราคาขายสินค้าในปีนี้ถูกกว่าปีที่แล้ว เช่นปี 58 ไก่สดขายได้ 2.5 พันดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ปีนี้เหลือ 2.4 พันดอลลาร์ต่อตัน เป็นต้น

ยางลุ้นหลัง ส.ค.พุ่งทะยาน

ด้านสินค้าเกษตร นายหลักชัย กิตติพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดขายของบริษัทในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ลดลง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีส่วนสำคัญจากที่บริษัทได้ให้ความร่วมมือในการลดการส่งออกยาง ที่ 3 ประเทศได้แก่ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียได้จับมือกันลดการส่งออกยางตามสัดส่วนการส่งออก)รวม ทั้งสิ้น 6.15 แสนตัน ระหว่างมี.ค.-ส.ค.59) อย่างไรก็ดีจากการลดการส่งออกและระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาเป็นช่วงปิดกรีดยางของเกษตรกร มีผลให้ซัพพลายยางขาดและดันราคายางในไตรมาสที่ 2 สูงขึ้นจากไตรมาสแรก 20-30% (แล้วแต่ชนิดยาง) ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมีผลให้ราคายางธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้นด้วย

"ต้องดูไตรมาสที่ 3 ว่าราคายางจะสามารถรักษาเสถียรภาพได้หรือไม่ แต่ตอนนี้เราสามารถรักษาด้านปริมาณส่งออกไว้ได้แล้ว จาก 3 ประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่ร่วมมือกันลดการส่งออก หลังสิ้นสุดความร่วมมือในเดือนสิงหาคม เราก็หวังความต้องการของตลาด และราคายางจะยังดี ทั้งปีนี้บริษัทยังหวังส่งออกได้ที่ 5 แสนตัน มูลค่า 2.5 หมื่นบาทบาท จากปี 2558 เราส่งออก 4.3 แสนตัน มูลค่า 2 หมื่นกว่าล้านบาท"

แพรนด้าฯยังเล็งโต 20%

ในส่วนสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ นางปราณี คุณประเสริฐ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทแพรนด้าจิวเวลรี่ฯ เผยว่า ยอดขายของทางกลุ่มในไตรมาสที่ 1/2559 พลาดเป้าหมายไปพอสมควร ซึ่งเป็นผลจากเหตุก่อการร้ายในฝรั่งเศส ช่วงปลายปี 2558 (พ.ย.58)ต่อเนื่องด้วยเหตุก่อการร้ายในเบลเยียม(มี.ค.59) กระทบลูกค้าในยุโรป อย่างไรก็ดีคาดตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้การส่งออกของกลุ่มจะดีขึ้น จากที่ทางกลุ่มได้การพัฒนาสินค้าร่วมกับลูกค้ารายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นอินเตอร์แบรนด์ แบรนด์ดังระดับภูมิภาค และแบรนด์ดาวรุ่ง ทั้งปีนี้ทางกลุ่มยังตั้งเป้าหมายอดขายขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 20% (ปี 2558 กลุ่มแพรนด้ามียอดขาย 2.92 พันล้านบาท)

รถยนต์แรงส่งยังดี

ส่วนในสินค้ารถยนต์ สินค้าอุตสาหกรรมส่งออกอันดับ 1 ของประเทศ นางสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธาน และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การส่งออกสินค้ารถยนต์(ไม่รวมอุปกรณ์ และชิ้นส่วนประกอบ) ยังมีทิศทางที่ดี โดย 4 เดือนแรกของปีนี้ส่งออกไปแล้ว 3.88 แสนคัน เพิ่มขึ้น 5.39 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนด้านมูลค่า(รูปเงินบาท) ส่งออกแล้ว 3.10 แสนล้านบาท ขยายตัว 8.72% โดยการเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีส่วนสำคัญจากการส่งออกรถปิกอัพดัดแปลง(PPV) ซึ่งมีมูลค่าสูง ไปยังตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย และตะวันออกกลางได้เพิ่มขึ้น การส่งออกรถอีโคคาร์ไปยังตลาดอเมริกา(เริ่มส่งออกเดือนเมษายน)ได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งออกรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของค่ายต่างๆ

"ในปีนี้เรายังมั่นใจจะส่งออกรถยนต์ได้ที่ 1.21 ล้านคันได้ตามเป้าหมาย ส่วนด้านมูลค่ารูปดอลลาร์สหรัฐฯเป้าหมายขยายตัวที่ 5% (ปีที่แล้วไทยส่งออกรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2.56 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมีปัจจัยหลักจากเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยุโรป ออสเตรเลีย ปรับตัวดีขึ้น ทำให้ยอดขายรถยนต์ดีขึ้น แต่ที่ยอดขายและสัดส่วนการส่ออกลดลงคือตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน"

ถกทูตพาณิชย์เร่งดันโค้งท้าย

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า กรมได้ปรับแผนการผลักดันการส่งออกเพิ่ม เช่นการเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆของผู้นำรัฐบาลทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเอกชนที่ร่วมคณะไปด้วยในการเจรจาธุรกิจ การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) กับประเทศต่างๆ ซึ่งช่วยทำให้การส่งออกขยายตัวได้เร็วขึ้น เพราะจะเกิดการสั่งซื้อสินค้าหรือมีการเจรจาธุรกิจทันที นอกจากนี้ยังให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ทุกประเทศทำงานเชิงรุกกันมากขึ้น มีการออกไปพบทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ กรมฯ จะเรียกประชุมสคร. เพื่อประเมินการส่งออกอีกครั้ง ก่อนที่จะเร่งผลักดันการส่งออกในช่วงโค้งสุดท้ายของปีและยังจะมีการประเมินแนวโน้มการส่งออกของปี 2560

"แนวโน้มการส่งออกจากนี้ไป คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นซึ่งน่าจะเห็นชัดเจนตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ เป็นต้นไป และมั่นใจว่าการส่งออกในช่วงเดือนมิถุนายนน่าจะเป็นบวก เพราะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้า เริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น เช่น สหรัฐฯ เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง ยุโรป เริ่มทรงตัว ญี่ปุ่นก็ดีขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ได้เริ่มปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่ลดลงไปมากก่อนหน้านี้ ทำให้ประเทศที่ส่งออกน้ำมันมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย

จับเข่าคุยรายสินค้าดันตัวเลข

และตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนนี้กรมยังเตรียมนัดผู้ส่งออกสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ๆ เช่น เกษตรและอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ยานยนต์และชิ้นส่วน สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ วัสดุก่อสร้าง กลุ่มสินค้าสุขภาพ กลุ่มไลฟ์สไตล์ เป็นต้น เพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกในปัจจุบันและแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปีนี้ว่าเป็นอย่างไร และจำเป็นต้องปรับแผนสนับสนุนการส่งออกเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อผลักดันให้การส่งออกในปีนี้ขยายตัวได้มากที่สุด(กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 2559 ขยายตัวที่ 5% มูลค่า 2.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากช่วง 4 เดือนแรกปี 59 ไทยส่งออก 6.93 หมื่นล้านดอลลาร์ ติดลบ 1.24%)

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,166 วันที่ 16 - 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline