
ส่องมาตรฐานก่อสร้าง ตึกสูงในกรุงเทพฯ รับแผ่นดินไหวได้แค่ไหน
อาคารสูงในกรุงเทพฯ ต้องออกแบบให้รองรับแรงแผ่นดินไหวได้ถึงระดับไหน สำรวจมาตรฐานกฎหมายไทย ตั้งแต่ปี 2540 ถึงฉบับล่าสุดปี 2564
หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในเมียนมา ขนาด 8.2 แมกนิจูด จนแรงสั่นสะเทือนส่งมาถึงกรุงเทพฯ หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “ตึกที่เราอยู่จะรับมือไหวไหม” โดยเฉพาะอาคารสูงที่มักโยกหรือสั่นเมื่อมีแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในภูมิภาค
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ตึกในไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ออกแบบให้รองรับแรงแผ่นดินไหวได้มากแค่ไหน เราสามารถสังเกตหรือประเมินความปลอดภัยของอาคารได้อย่างไร
กฎหมายไทยรองรับแผ่นดินไหวตั้งแต่เมื่อไหร่
ประเทศไทยเริ่มมีกฎหมายควบคุมการออกแบบอาคารให้ต้านทานแผ่นดินไหวตั้งแต่ปี 2540 และมีการอัปเดตเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง รวมเป็น 3 ฉบับสำคัญ
กฎกระทรวงปี 2540 ฉบับแรก
เริ่มบังคับให้อาคารสูงเกิน 15 เมตร (ประมาณ 5 ชั้นขึ้นไป) ใน 10 จังหวัดเสี่ยงแผ่นดินไหว เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ตาก กาญจนบุรี ฯลฯ ต้องออกแบบให้ต้านทานแผ่นดินไหว เพราะอยู่ใกล้รอยเลื่อนทางธรณีวิทยา
กฎกระทรวงปี 2550 ขยายพื้นที่
เพิ่มพื้นที่บังคับใช้มาถึง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร
แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้รอยเลื่อน แต่โครงสร้างดินในพื้นที่เหล่านี้ค่อนข้างนุ่ม ทำให้แรงสั่นจากแผ่นดินไหวที่เกิดไกล ๆ ยังส่งผลสะเทือนแรงกว่าที่คาด
กฎกระทรวงปี 2564 อัปเดตล่าสุด
- ประกาศใช้ปลายปี 2564 ยกเลิกฉบับเก่าและ ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด
- แบ่งโซนความเสี่ยงใหม่เป็น 3 ระดับ โซน 1 เสี่ยงน้อย โซน 2 ปานกลาง ส่วน โซน 3 เสี่ยงสูง
- ขยายพื้นที่ควบคุมให้ครอบคลุมกว่า 40 จังหวัด
ควบคุมอาคารหลากหลายประเภท ไม่ใช่แค่ตึกสูง เช่น อาคารสาธารณะ บ้านจัดสรรในพื้นที่เสี่ยง หรือสถานที่คนแออัด ปัจจุบัน หากจะสร้างอาคารใหม่ ต้องยึดตามกฎหมายปี 2564 เป็นหลัก ซึ่งเข้มงวดและครอบคลุมที่สุด
ตึกในกรุงเทพฯ รองรับแรงแผ่นดินไหวได้แค่ไหน
หลักการสำคัญของกฎหมายไทยคือ ให้อาคารสามารถต้านทานแผ่นดินไหวระดับรุนแรงที่ อาจเกิดขึ้นในไทยได้ โดยทั่วไปออกแบบเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนที่เทียบเท่ากับแผ่นดินไหวระดับ 7.0–7.5 ริกเตอร์ ซึ่งประเทศไทยเคยเกิดแผ่นดินไหวสูงสุด 6.5 ริกเตอร์ที่จังหวัดน่านเมื่อปี 2478
- อาคารในกรุงเทพฯ ต้องรับแรงสั่นสะเทือนที่มากระแทกอาคารได้ คิดเป็นสัดส่วน 4-12% ของน้ำหนักอาคาร (4-12% ของแรง Gravity)
- อาคารในจังหวัดกาญจนบุรีและภาคเหนือต้องรับแรงสั่นสะเทือนคิดเป็นสัดส่วน 4-15% ของน้ำหนักอาคาร เพราะอยู่ใกล้ศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหวมากกว่า






