
ซูเปอร์มาร์ตสิงคโปร์หนุนข้าวกล้อง ช่วยรัฐรณรงค์สุขภาพประชาชน
หนังสือพิมพ์สเตรตส์ไทม์ส รายงานว่าเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตในสิงคโปร์กำลังสนับสนุนให้ลูกค้าหันมาบริโภคข้าวกล้องหรือข้าวแดงในแคมเปญส่งเสริมสุขภาพคนท้องถิ่น
รายงานข่าวระบุว่า เอ็นทียูซีแฟร์ไพร้ส์ ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ของสิงคโปร์หนุนชาวสิงคโปร์ให้บริโภคข้าวกล้อง โดยให้ส่วนลดราคาข้าวกล้อง 5% เป็นเวลา 3 เดือนขณะที่ให้ส่วนลดสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพชนิดอื่น ๆ เป็นเวลา 2 อาทิตย์เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา
สเตรตส์ไทม์ส ระบุว่ากระแสการกินเพื่อสุขภาพในสิงคโปร์ซึ่งกำลังมาแรงทำให้ยอดขายข้าวกล้องในไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ขณะที่นายบ๊อบบี้ ชิน (Bobby Chin) ประธานเครือข่ายร้านเอ็นทียูซีแฟร์ไพร้ส์กล่าวว่า การสนับสนุนให้ประชาชนกินข้าวกล้อง เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีทางด้านสุขภาพเป็นการใช้ส่วนหนึ่งในมาตรการป้องกันและดูแลปัญหาโรคเรื้อรังของประชาชน อาทิ เบาหวาน
นายชิน กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากมีการวิจัยพบว่าสิงคโปร์มีประชาชนที่เป็นโรคเบาหวานในสัดส่วนต่อประชากรสูงเป็นอันดับ 2 ในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว รองจากสหรัฐอเมริกา
นอกจากเอ็นทียูซีแฟร์ไพร้ส์ แล้วสเตรตส์ไทม์ส ระบุว่าเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตค่ายอื่นคือ โคลด์สตอเรจและเชิง เซียง (Shen Siong) มีแผนในการสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคข้าวกล้องเช่นกัน โดยความเคลื่อนไหวของบรรดาเครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตเกิดขึ้นหลังจากที่ หนังสือพิมพ์รายงานว่ามีคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพกำลังเป็นห่วงปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการบริโภคข้าวขาว
ปกติราคาข้าวกล้องจะแพงกว่าข้าวขาวโดยข้าวขาวขนาดถุง 5 กิโลกรัมขายในราคาประมาณ 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 130.25 บาท) ขณะที่ข้าวกล้องขายในราคาประมาณ 6 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 156.29 บาท)
นางคริสตีน รูบี-ครูซ นักโภชนาการซึ่งทำงานในฝ่ายสินค้าของเครือข่ายร้านโคลด์สตอเรจ กล่าวว่าขณะนี้ทางร้านได้นำข้าวกล้องกว่า 20 ยี่ห้อมาวางจำหน่ายในร้าน โดยให้ส่วนลด 10-15% จากราคาขายเพื่อเป็นการส่งเสริมการขาย “ล่าสุดเราเอาข้าวกล้องงอกมาขายในร้านด้วย ข้าวกล้องงอกมีประโยชน์เช่นเดียวกับข้าวกล้องทั่วไปแต่เป็นข้าวที่ย่อยง่ายกว่า”
นางรูบี-ครูซ ระบุว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยอดขายข้าวขาวลดลง 10% ขณะยอดขายข้าวกล้องเพิ่มขึ้นประมาณ 15% ขณะที่โฆษกของเชิงเซียง กล่าวว่าทางเครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตของบริษัทจะจัดพื้นที่พิเศษสำหรับสินค้าที่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่เดือนนี้ถึงเดือนตุลาคมปีนี้ โดยจะมีการแจกเอกสารแนะนำทางด้านโภชนาการและหนังสือสูตรการทำอาหารทำเป็น 4 ภาษาสำหรับผู้สูงอายุ
ดร. กัญจนา ภาสการ (Dr. Kalpana Bhaskaran) นักโภชนาการจากสภาสมาคมโรคเบาหวานสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์สเตรตส์ไทม์สว่า ข้าวกล้องมีผลดีต่อสุขภาพมากกว่าเนื่องจากจะปล่อยน้ำตาลเข้าไปในกระแสโลหิตอย่างช้า ๆ “ข้าวกล้องมีส่วนผสมของเส้นใยและวิตามินค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามจำนวนการบริโภคก็มีความสำคัญ”
ดร. กัญจนา กล่าวว่า ร้านค้าปลีกควรจะขายข้าวกล้องในราคาใกล้เคียงกับข้าวขาว เพื่อโน้มน้าวให้คนซื้อข้าวกล้องมากขึ้น เนื่องจากราคาข้าวกล้องที่แพงกว่า ถ้าเป็นการบริโภคของครอบครัวใหญ่จะมีราคาแพงกว่าข้าวขาวค่อนข้างมาก
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,166 วันที่ 16 - 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559
รายงานข่าวระบุว่า เอ็นทียูซีแฟร์ไพร้ส์ ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ของสิงคโปร์หนุนชาวสิงคโปร์ให้บริโภคข้าวกล้อง โดยให้ส่วนลดราคาข้าวกล้อง 5% เป็นเวลา 3 เดือนขณะที่ให้ส่วนลดสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพชนิดอื่น ๆ เป็นเวลา 2 อาทิตย์เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา
สเตรตส์ไทม์ส ระบุว่ากระแสการกินเพื่อสุขภาพในสิงคโปร์ซึ่งกำลังมาแรงทำให้ยอดขายข้าวกล้องในไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ขณะที่นายบ๊อบบี้ ชิน (Bobby Chin) ประธานเครือข่ายร้านเอ็นทียูซีแฟร์ไพร้ส์กล่าวว่า การสนับสนุนให้ประชาชนกินข้าวกล้อง เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีทางด้านสุขภาพเป็นการใช้ส่วนหนึ่งในมาตรการป้องกันและดูแลปัญหาโรคเรื้อรังของประชาชน อาทิ เบาหวาน
นายชิน กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากมีการวิจัยพบว่าสิงคโปร์มีประชาชนที่เป็นโรคเบาหวานในสัดส่วนต่อประชากรสูงเป็นอันดับ 2 ในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว รองจากสหรัฐอเมริกา
นอกจากเอ็นทียูซีแฟร์ไพร้ส์ แล้วสเตรตส์ไทม์ส ระบุว่าเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตค่ายอื่นคือ โคลด์สตอเรจและเชิง เซียง (Shen Siong) มีแผนในการสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคข้าวกล้องเช่นกัน โดยความเคลื่อนไหวของบรรดาเครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตเกิดขึ้นหลังจากที่ หนังสือพิมพ์รายงานว่ามีคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพกำลังเป็นห่วงปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการบริโภคข้าวขาว
ปกติราคาข้าวกล้องจะแพงกว่าข้าวขาวโดยข้าวขาวขนาดถุง 5 กิโลกรัมขายในราคาประมาณ 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 130.25 บาท) ขณะที่ข้าวกล้องขายในราคาประมาณ 6 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 156.29 บาท)
นางคริสตีน รูบี-ครูซ นักโภชนาการซึ่งทำงานในฝ่ายสินค้าของเครือข่ายร้านโคลด์สตอเรจ กล่าวว่าขณะนี้ทางร้านได้นำข้าวกล้องกว่า 20 ยี่ห้อมาวางจำหน่ายในร้าน โดยให้ส่วนลด 10-15% จากราคาขายเพื่อเป็นการส่งเสริมการขาย “ล่าสุดเราเอาข้าวกล้องงอกมาขายในร้านด้วย ข้าวกล้องงอกมีประโยชน์เช่นเดียวกับข้าวกล้องทั่วไปแต่เป็นข้าวที่ย่อยง่ายกว่า”
นางรูบี-ครูซ ระบุว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยอดขายข้าวขาวลดลง 10% ขณะยอดขายข้าวกล้องเพิ่มขึ้นประมาณ 15% ขณะที่โฆษกของเชิงเซียง กล่าวว่าทางเครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตของบริษัทจะจัดพื้นที่พิเศษสำหรับสินค้าที่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่เดือนนี้ถึงเดือนตุลาคมปีนี้ โดยจะมีการแจกเอกสารแนะนำทางด้านโภชนาการและหนังสือสูตรการทำอาหารทำเป็น 4 ภาษาสำหรับผู้สูงอายุ
ดร. กัญจนา ภาสการ (Dr. Kalpana Bhaskaran) นักโภชนาการจากสภาสมาคมโรคเบาหวานสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์สเตรตส์ไทม์สว่า ข้าวกล้องมีผลดีต่อสุขภาพมากกว่าเนื่องจากจะปล่อยน้ำตาลเข้าไปในกระแสโลหิตอย่างช้า ๆ “ข้าวกล้องมีส่วนผสมของเส้นใยและวิตามินค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามจำนวนการบริโภคก็มีความสำคัญ”
ดร. กัญจนา กล่าวว่า ร้านค้าปลีกควรจะขายข้าวกล้องในราคาใกล้เคียงกับข้าวขาว เพื่อโน้มน้าวให้คนซื้อข้าวกล้องมากขึ้น เนื่องจากราคาข้าวกล้องที่แพงกว่า ถ้าเป็นการบริโภคของครอบครัวใหญ่จะมีราคาแพงกว่าข้าวขาวค่อนข้างมาก
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,166 วันที่ 16 - 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559






