
เช็คค่าฝุ่น PM 2.5 วันแห่งความรัก อันตรายระดับสีแดง 8 จังหวัด
เช็คด่วน ค่าฝุ่น PM 2.5 เช้านี้วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก ส่องแผนที่ฝุ่นทั่วไทย 8 จังหวัดวิกฤตแดง 33 จังหวัดเสี่ยงส้ม พบค่าสูงสุดที่ตราด-สิงห์บุรี-พิษณุโลก เตือนประชาชนป้องกันตัวด่วน"
วิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ประจำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ณ เวลา 08.00 น. ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรัก อ้างอิงข้อมูลจาก ระบบติดตาม PM 2.5 แอปพลิเคชั่นเช็คฝุนจาก GISDA
พบว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เช้าวันนี้ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่วิกฤติที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง (มากกว่า 75.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) พบ 8 จังหวัด ได้แก่
ตราด (93.2) สิงห์บุรี (91.6) พิษณุโลก (90.7) อ่างทอง (87.4) แพร่ (86.6) ชัยนาท (80.7) ลพบุรี (77.9) และสระบุรี (77.7) ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ
พื้นที่ระดับสีส้ม (38.1-75.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) พบมากถึง 33 จังหวัด กระจายตัวทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคกลางและภาคเหนือ เริ่มจากฉะเชิงเทรา (73.0) ไปจนถึงกระบี่ (26.6) โดยจังหวัดที่มีค่าฝุ่นสูงในกลุ่มนี้ ได้แก่ พิจิตร (72.2) อุตรดิตถ์ (71.4) สุโขทัย (70.8) และชลบุรี (70.7)
พื้นที่ระดับสีเหลือง (25.1-38.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) พบ 16 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน เช่น ตรัง (36.3) สงขลา (36.1) ขอนแก่น (34.6) บึงกาฬ (31.4) และภูเก็ต (30.8)
พื้นที่ระดับสีเขียว (15.1-25.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ซึ่งถือว่ามีคุณภาพอากาศดี พบ 19 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เช่น มหาสารคาม (24.1) อุบลราชธานี (23.2) สุรินทร์ (22.9) หนองคาย (22.3) และนราธิวาส (21.0)
พื้นที่ระดับสีฟ้า (0-15.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ซึ่งถือว่ามีคุณภาพอากาศดีมาก พบเพียง 1 จังหวัด คือ อำนาจเจริญ ที่มีค่า 14.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
การวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์
1. ภาคตะวันออกและภาคกลางกำลังเผชิญวิกฤติฝุ่นควันรุนแรง โดยเฉพาะจังหวัดตราดที่มีค่าสูงเกือบ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
2. ภาคเหนือมีแนวโน้มสถานการณ์น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพิษณุโลกและแพร่ที่มีค่าฝุ่นสูงเกิน 85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้มีสถานการณ์ดีกว่าภาคอื่นๆ โดยเฉพาะพื้นที่ตอนล่างของทั้งสองภาค
คำแนะนำสำหรับประชาชน:
1. ผู้ที่อยู่ในพื้นที่สีแดงและสีส้มควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
2. สวมหน้ากาก N95 หรือหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้
3. ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และใช้เครื่องฟอกอากาศในที่พักอาศัย
4. ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารโดยไม่จำเป็น
5. ติดตามรายงานคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด






