thansettakij
thansettakij
วิกฤต PM 2.5 คัมแบ็ก 44 จังหวัดระดับสีส้ม “หนองจอก" สีแดงพุ่งสุดในกทม.

วิกฤต PM 2.5 คัมแบ็ก 44 จังหวัดระดับสีส้ม “หนองจอก" สีแดงพุ่งสุดในกทม.

11 ก.พ. 68 | 01:46 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.พ. 68 | 02:04 น.

ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วไทยวันนี้ กลับมาพุ่งอีกครั้ง ระดับสีส้ม 44 จังหวัด "สมุทรสาคร” สูงสุด 72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ “กรุงเทพฯ" เฉลี่ยเป็นสีส้ม แต่ "หนองจอก" เป็นเขตเดียวที่อยู่สีแดง เช็กพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศที่นี่

รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ประจำวันนี้ (11ก.พ.68) ข้อมูลจากระบบติดตามฝุ่น PM 2.5 หรือ เช็คฝุ่น ของ GISDA พบว่า สถานการณ์มลพิษทางอากาศในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง โดยพบพื้นที่วิกฤตระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึง 44 จังหวัด ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน

 

สถานการณ์รุนแรงที่สุดพบที่จังหวัดสมุทรสาคร มีค่าฝุ่นละอองสูงถึง 72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่พื้นที่สีส้มเช่นเดียวกับอีก 43 จังหวัด โดยเฉพาะในเขตปริมณฑลและภาคกลาง ซึ่งมีค่าฝุ่นละอองระหว่าง 37.6-75.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ปรากฏว่า "เขตหนองจอก" เป็นเขตเดียวที่มีสีแดงทั้งที่ค่าเฉลี่ยกทม.อยู่ระดับสีส้ม

10 จังหวัดที่มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูงสุด (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

 

  1. สมุทรสาคร (72.0)
  2. ตราด (71.9)
  3. พะเยา (70.2)
  4. นครปฐม (69.3)
  5. สมุทรสงคราม (69.2)
  6. ปทุมธานี (67.8)
  7. กรุงเทพมหานคร (67.0)
  8. ปราจีนบุรี (66.9)
  9. ฉะเชิงเทรา (66.3)
  10. สระแก้ว (66.2) 

 

สะท้อนให้เห็นว่าปัญหามลพิษทางอากาศกระจายตัวในวงกว้างทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ

พื้นที่สีส้ม (37.6-75.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) - 44 จังหวัด:

 

1.    สมุทรสาคร (72.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

2.    ตราด (71.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

3.    พะเยา (70.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

4.    นครปฐม (69.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

5.    สมุทรสงคราม (69.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

6.    ปทุมธานี (67.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

7.    กรุงเทพมหานคร (67.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

8.    ปราจีนบุรี (66.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

9.    ฉะเชิงเทรา (66.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

10.    สระแก้ว (66.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

11.    ชลบุรี (65.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

12.    ราชบุรี (64.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

13.    เพชรบุรี (64.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

14.    จันทบุรี (63.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

15.    นนทบุรี (63.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

16.    สมุทรปราการ (62.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

17.    แพร่ (62.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

18.    ระยอง (61.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

19.    กาญจนบุรี (57.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

20.    สิงห์บุรี (55.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

21.    พระนครศรีอยุธยา (54.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

22.    ลำปาง (54.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

23.    นครราชสีมา (53.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

24.    สุพรรณบุรี (53.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

25.    อุทัยธานี (53.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

26.    เพชรบูรณ์ (53.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

27.    ลพบุรี (52.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

28.    ประจวบคีรีขันธ์ (52.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

29.    กำแพงเพชร (52.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

30.    สระบุรี (51.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

31.    นครนายก (51.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

32.    พิษณุโลก (51.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

33.    ชัยภูมิ (50.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

34.    ตาก (49.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

35.    อุตรดิตถ์ (49.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

36.    สุโขทัย (49.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

37.    น่าน (49.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

38.    นครสวรรค์ (48.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

39.    พิจิตร (47.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

40.    อ่างทอง (45.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

41.    ชัยนาท (43.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

42.    ขอนแก่น (40.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

43.    เลย (39.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

44.    บุรีรัมย์ (38.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
 

ด้านพื้นที่สีเหลืองที่มีค่าฝุ่นละอองระหว่าง 25.1-37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พบ 20 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ตอนล่าง

 

พื้นที่สีเหลือง

 

  1. หนองบัวลำภู (37.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  2. ลำพูน (36.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  3. เชียงราย (36.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  4. ปัตตานี (34.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  5. นราธิวาส (34.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  6. ยะลา (32.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  7. สงขลา (32.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  8. อุบลราชธานี (32.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  9. เชียงใหม่ (31.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  10. ตรัง (30.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  11. มหาสารคาม (30.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  12. ร้อยเอ็ด (29.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  13. สตูล (29.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  14. อุดรธานี (28.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  15. สุรินทร์ (28.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  16. กาฬสินธุ์ (28.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  17. หนองคาย (25.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  18. แม่ฮ่องสอน (27.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  19. ศรีสะเกษ (26.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  20. ยโสธร (26.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
     

ขณะที่พื้นที่สีเขียวที่มีคุณภาพอากาศดี วัดค่าฝุ่นละอองต่ำกว่า 25.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พบ 13 จังหวัด โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ฝั่งอันดามัน 

 

พื้นที่สีเขียว (อากาศดี) 
 

  1. ภูเก็ต (25.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  2. สุราษฎร์ธานี (24.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  3. พังงา (23.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  4. กระบี่ (22.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  5. สกลนคร (22.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  6. นครศรีธรรมราช (21.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  7. มุกดาหาร (21.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  8. พัทลุง (21.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  9. ชุมพร (20.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  10. อำนาจเจริญ (20.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  11. ระนอง (19.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  12. บึงกาฬ (19.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
  13. นครพนม (18.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

 

 

ส่วนเขตในกรุงเทพฯค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับสีส้ม แต่ปรากฏว่าหนองจอกเป็นเขตเดียวที่อยู่ระดับสีแดง โดยค่าฝุ่นสูงสุด 10 อันดับแรก ดังนี้ 

  1. หนองจอก (76.1)
  2. หนองแขม (71.5)
  3. มีนบุรี (70.9)
  4. คลองสามวา (70.9)
  5. ลาดกระบัง (69.8)
  6. บางบอน (69.5)
  7. ทวีวัฒนา (69.1)
  8. บางแค (68.7)
  9. สายไหม (66.6)
  10. ดอนเมือง (65.4)

 

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหามลพิษทางอากาศยังคงเป็นวิกฤตสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองและอุตสาหกรรม ซึ่งประชาชนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงและสีส้มที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน