thansettakij
thansettakij
กางแผนลงทุนคมนาคมเฟส 2 ปี 60-64 ผุดโครงการใหม่เพียบ

กางแผนลงทุนคมนาคมเฟส 2 ปี 60-64 ผุดโครงการใหม่เพียบ

12 มิ.ย. 59 | 05:00 น.
"อาคม" สั่งปรับยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม 20 ปี เร่งลงทุนต่อเนื่องตามแผนระยะ 2 ระหว่างปี 2560-2564 ทั้งรถไฟฟ้าและทางคู่ มอเตอร์เวย์ ท่าเรือน้ำลึก ทางด่วน เผยกรอบวงเงินงบประมาณปี 61 ไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท "ปลัดคมนาคม"แย้มปลายปีนี้ได้เห็นการประมูล//ประกวดราคาเกิดขึ้นอีกหลายโครงการ

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งให้ปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของกระทรวงคมนาคม เนื่องจากขณะนี้มีหลายโครงการที่ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมเสร็จแล้ว จึงเห็นควรผลักดันให้ลงทุนต่อเนื่องเพิ่มเติม เพื่อให้โครงการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีประสิทิภาพและบรรลุเป้าหมาย จึงต้องเตรียมแผนปฏิบัติการ 5 ปี (ระหว่างปี 2560-2564) มารองรับเพื่อให้แผนยุทธศาสตร์มีความต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล ประกอบด้วยโครงการลงทุนขนาดใหญ่อาทิ รถไฟฟ้า, รถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 , ท่าเรือน้ำลึก และทางหลวงพิเศษ หรือมอเตอร์เวย์ ระยะที่ 2 ตามแผนแม่บท เป็นต้น ทั้งนี้ คาดว่ากรอบวงเงินงบประมาณสำหรับปี 2561 ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

"ขณะที่แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมระยะเร่งด่วน ปี 2559-2560 (Action Plan) อยู่ในระยะดำเนินการ โดยโครงการส่วนใหญ่สามารถเดินตามแผนที่วางไว้"

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวอีกว่าสำหรับแผน 5 ปีของคมนาคมที่จัดทำขึ้นนี้จะต้องให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 12 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งยึดโยงกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ปี 2558-2577) ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เน้นว่า"ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง"เพื่อสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะเร่งดำเนินการสรุปรายละเอียดในเร็วๆ นี้

ส่วนความคืบหน้าแผนแอคชั่นแพลนปี 2559-2560 นั้น ตามแผนปฏิบัติการจำนวน 20 โครงการขณะนี้รถไฟทางคู่ 2 เส้นทางคือ ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และขอนแก่น-ชุมทางถนนจิระของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) อยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคมปี 2562 อีกทั้งยังมีโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่ง(ท่าเทียบเรือ A) ที่ท่าเรือแหลมฉบังของการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน 2560

นอกจากนั้นยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเร่งก่อสร้างและเร่งประกวดราคาให้แล้วเสร็จ 5 โครงการ คือ โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ(SRTO) ที่ท่าเรือแหลมฉบังของกทท. ขณะนี้เริ่มต้นงานก่อสร้างได้แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคมปี 2560 โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) สายพัทยา-มาบตาพุด ประกวดราคาครบทั้ง 13 สัญญาอยู่ระหว่างการเร่งรัดงานก่อสร้าง เช่นเดียวกับสายบางปะอิน-นครราชสีมา ประกวดราคาไปแล้วบางส่วน ส่วนที่เหลือจะเร่งประกวดราคาต่อเนื่องกันไป สายบางใหญ่-กาญจนบุรี อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมประกวดราคา นอกจากนั้นสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ได้เริ่มประกวดราคาไปบ้างแล้ว ทั้งงานต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้และงานอุโมงค์ ตลอดจนงานสาธารณูปโภคต่างๆ

ในส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) วงเงินลงทุนกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท และสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง) วงเงินกว่า 5.4 หมื่นล้านบาทอยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนของคณะกรรมการตามมาตรา 35 และคาดว่าปลายปีนี้จะเห็นกระบวนการประมูลเกิดขึ้นได้อีกทั้งหลายโครงการจะเห็นภาพการก่อสร้างเริ่มในปีหน้า ส่วนสายสีส้ม ตะวันออก(ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี) กรอบวงเงินกว่า 1 แสนล้านบาทคาดว่าจะประกวดราคาเดือนกรกฎาคมนี้ เช่นเดียวกับรถไฟทางคู่เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร วงเงินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท รฟท.อยู่ระหว่างการเตรียมประกาศประกวดราคา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ วงเงินกว่า 2.9 หมื่นล้านบาทก็ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ(บอร์ด) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)เรียบร้อยแล้ว ส่วนเส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ วงเงินกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท, นครปฐม-หัวหินวงเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท วงเงิน และหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาทนั้นรอบอร์ดสศช.พิจารณาต่อเนื่องกันไปซึ่งคาดว่าจะเสนอประกวดราคาได้ในปลายปีนี้พร้อมกับโครงการรถไฟสายสีแดงเข้ม(มิสซิ่งลิ้งค์) ระยะทาง 25.5 กิโลเมตร และแอร์พอร์ตลิ้งค์ ส่วนต่อขยายพญาไท-บางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 21 กิโลเมตร รวมงบไม่น้อยกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

นายชาติชาย กล่าวเพิ่มเติมว่าส่วนกรณีมอเตอร์เวย์ที่มีการแบ่งตอนหลากหลายนั้น เมื่อกรมทางหลวงได้อธิบดีคนใหม่แล้ว ก็คงสามารถเร่งรัดงานด้านต่างๆให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งล่าสุดได้มอบนโยบายให้เน้นการทำงานอย่างมีคุณภาพ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยนอกเหนือจากโยกย้ายทั้ง 32 ตำแหน่งแล้วยังจะต้องรับระดับรองอธิบดีขึ้นมาทดแทนอีก 1 ตำแหน่ง โดยจะต้องเปิดแสดงวิสัยทัศน์กันต่อไป

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ได้อนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณโครงการใหม่ที่มีงบประมาณรวม 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินมีมติว่าทุกโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2559 ต้องสามารถลงนามสัญญาได้ภายในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ แต่มติครม.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อนุมัติให้ขยายเวลาสำหรับโครงการที่มีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไปที่ไม่สามารถลงนามได้ทันวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ด้วยสาเหตุต่างๆซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก

"ในครั้งนี้มีการนำเสนอโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์)สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงที่ 7 ตอนทางแยกต่างระดับสระบุรี จากทั้ง 40 ช่วงของโครงการ หลังจากนี้กรมทางหลวง(ทล.)จะเร่งลงนามในสัญญาให้ดำเนินการก่อสร้างโดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยมอเตอร์เวย์เส้นทางดังกล่าวนี้มีระยะทาง 196 กิโลเมตร มูลค่ารวมเฉพาะช่วงที่ 7 นี้วงเงิน 1,509 ล้านบาทซึ่งกรณีดังกล่าวนี้จะก่อนี้ผูกพันนับตั้งแต่ปี 2559-2562"

สำหรับการขับเคลื่อนโครงการตามแผนปฏิบัติการช่วงปี 2559 ของกระทรวงคมนาคมภายในเดือนมิถุนายนนี้จะนำเสนอโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ให้ครม.พิจารณาอนุมัติให้ดำเนินกาภายใน1-2 สัปดาห์นี้และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในสิ้นปีนี้
ส่วนโครงการที่จะเร่งผลักดันต่อเนื่องกันไปประกอบด้วยรถไฟทางคู่ ลพบุรี-ปากน้ำโพ ,นครปฐม-หัวหิน,หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์(อยู่ระหว่างการเตรียมนำเสนอสศช.) ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเสนอครม.ได้ประมาณเดือนกรกฎาคมนี้และประมูลได้ภายในปลายปีนี้ทั้งหมด อีกทั้งยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงอีก 3 เส้นทางคือกรุงเทพ-เชียงใหม่,กรุงเทพ-หัวหิน และกรุงเทพ-ระยองที่อยู่ระหว่างการเร่งผลักดันให้เริ่มการก่อสร้างได้ในปี 2560 นี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,164 วันที่ 9 - 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline