
บริษัทยุโรปห่วงทำธุรกิจในจีน โอดรู้สึกมีอุปสรรคเพิ่มขึ้น
ธุรกิจยุโรปชี้ การทำธุรกิจในจีนมีความยากลำบากขึ้น หลังจากต้องเผชิญกับปัญหาด้านกฎหมาย การกีดกันทางการค้า และกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเกินความต้องการ
หอการค้าสหภาพยุโรปในจีน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของธุรกิจจากยุโรปกว่า 1,600 บริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศจีน กล่าวในการสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจประจำปีว่า บรรยากาศการทำธุรกิจในตลาดจีนมีความยากลำบากเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับบริษัทต่างชาติ และดูเหมือนจะเอนเอียงให้บริษัทท้องถิ่นมีความได้เปรียบ
ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า มีบริษัทยุโรปที่มองแนวโน้มธุรกิจในจีนเป็นลบเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดตลอดกาล โดย 31% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจมองแนวโน้มกำไรชะลอตัวลง เพิ่มขึ้น 8% จากการสำรวจในปี 2558 ขณะที่ 70% กล่าวว่า รู้สึกได้รับการต้อนรับในจีนน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 7% จากผลการสำรวจเมื่อปีก่อน โดยธุรกิจที่มองแนวโน้มเป็นลบมากที่สุด คือ เครื่องจักรกล เทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมเคมี
ผลสำรวจของหอการค้ายุโรปในจีนสอดคล้องกับผลการสำรวจโดยหอการค้าอเมริกันเมื่อเดือนมกราคม ที่มี 77% ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามกล่าวว่ารู้สึกได้รับการต้อนรับน้อยลงกว่าปีก่อน เทียบกับ 47% ในปี 2558 และ 44% ในปี 2557
นายยอร์ก วัตต์เก้ ประธานหอการค้ายุโรปในจีน เรียกร้องให้รัฐบาลจีนเปิดกว้างอุตสาหกรรมให้กับนักลงทุนต่างชาติ "บริษัทยุโรปในเวลานี้ต้องการโรดแมป ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่ออนาคตของจีนในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่ท้าทาย" นายวัตต์เก้กล่าว
ขณะเดียวกัน นายแจ๊ค ลูว์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา กล่าวในระหว่างการเดินทางเยือนจีนในสัปดาห์นี้เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับทวิภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนและสหรัฐฯ ว่า "มีความกังวลต่อบรรยากาศการทำธุรกิจเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทต่างชาติต้องเผชิญกับกฎหมายที่ซับซ้อนกว่า และมีการตั้งคำถามว่าพวกเขาได้รับการต้อนรับจากจีนหรือไม่"
นายลูว์กล่าวอีกว่า รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศมีหน้าที่สร้างบรรยากาศที่สนับสนุนให้เกิดการค้าการลงทุนที่เพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง "หมายความว่าจะต้องมีการใช้นโยบายที่สนับสนุนการแข่งขัน มีกระบวนการกำหนดนโยบายและกฎหมายที่แน่นอนและโปร่งใส ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และกำจัดอุปสรรคการลงทุนที่ไม่เป็นธรรม นโยบายเหล่านี้มีความสำคัญในเวลาที่จีนต่อยอดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา"
ด้านนายหยาง เจียฉี เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงของจีน กล่าวว่า จีนมีนโยบายเปิดตลาด ดังเห็นได้จากการเจรจาข้อตกลงการลงทุนระดับทวิภาคีทั้งกับสหรัฐฯ และยุโรป "เราทำการปฏิรูปอย่างลึกซึ้งขึ้น ขยายและเปิดกว้างตลาด และเศรษฐกิจของเราคาดว่าจะรักษาการเติบโตได้ในระดับกลางถึงสูงในระยะยาว"
ผลสำรวจของหอการค้ายุโรประบุว่า การผลิตที่มากเกินความต้องการได้ส่งผลกระทบต่อหลายภาคอุตสาหกรรมของจีน ไม่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมเหล็กและถ่านหินที่ทางการจีนเคยออกมากล่าวแสดงความกังวล โดยบริษัทยุโรปมองว่าทางการจีนลดจำนวนโรงงานที่ผลิตสินค้าเกินความต้องการช้าเกินไป ทั้งนี้ 41% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่ามีแผนจะลดต้นทุนในจีน
นอกจากนี้ ธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมยังแสดงความกังวลต่อความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเติบโต 6.7% ในไตรมาสแรกของปี ต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2552 โดยหลายบริษัทคาดหมายว่าเศรษฐกิจจีนยังชะลอตัวไม่ถึงจุดต่ำสุด
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการรายงานบรรยากาศการทำธุรกิจที่ยากลำบากขึ้น แต่กว่า 85% ของผู้ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่ายังคงมีกำไรหรือทำรายได้เท่าทุนในจีน สะท้อนถึงอัตราการเติบโตที่ยังนับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,164 วันที่ 9 - 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559
หอการค้าสหภาพยุโรปในจีน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของธุรกิจจากยุโรปกว่า 1,600 บริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศจีน กล่าวในการสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจประจำปีว่า บรรยากาศการทำธุรกิจในตลาดจีนมีความยากลำบากเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับบริษัทต่างชาติ และดูเหมือนจะเอนเอียงให้บริษัทท้องถิ่นมีความได้เปรียบ
ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า มีบริษัทยุโรปที่มองแนวโน้มธุรกิจในจีนเป็นลบเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดตลอดกาล โดย 31% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจมองแนวโน้มกำไรชะลอตัวลง เพิ่มขึ้น 8% จากการสำรวจในปี 2558 ขณะที่ 70% กล่าวว่า รู้สึกได้รับการต้อนรับในจีนน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 7% จากผลการสำรวจเมื่อปีก่อน โดยธุรกิจที่มองแนวโน้มเป็นลบมากที่สุด คือ เครื่องจักรกล เทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมเคมี
ผลสำรวจของหอการค้ายุโรปในจีนสอดคล้องกับผลการสำรวจโดยหอการค้าอเมริกันเมื่อเดือนมกราคม ที่มี 77% ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามกล่าวว่ารู้สึกได้รับการต้อนรับน้อยลงกว่าปีก่อน เทียบกับ 47% ในปี 2558 และ 44% ในปี 2557
นายยอร์ก วัตต์เก้ ประธานหอการค้ายุโรปในจีน เรียกร้องให้รัฐบาลจีนเปิดกว้างอุตสาหกรรมให้กับนักลงทุนต่างชาติ "บริษัทยุโรปในเวลานี้ต้องการโรดแมป ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่ออนาคตของจีนในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่ท้าทาย" นายวัตต์เก้กล่าว
ขณะเดียวกัน นายแจ๊ค ลูว์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา กล่าวในระหว่างการเดินทางเยือนจีนในสัปดาห์นี้เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับทวิภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนและสหรัฐฯ ว่า "มีความกังวลต่อบรรยากาศการทำธุรกิจเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทต่างชาติต้องเผชิญกับกฎหมายที่ซับซ้อนกว่า และมีการตั้งคำถามว่าพวกเขาได้รับการต้อนรับจากจีนหรือไม่"
นายลูว์กล่าวอีกว่า รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศมีหน้าที่สร้างบรรยากาศที่สนับสนุนให้เกิดการค้าการลงทุนที่เพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง "หมายความว่าจะต้องมีการใช้นโยบายที่สนับสนุนการแข่งขัน มีกระบวนการกำหนดนโยบายและกฎหมายที่แน่นอนและโปร่งใส ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และกำจัดอุปสรรคการลงทุนที่ไม่เป็นธรรม นโยบายเหล่านี้มีความสำคัญในเวลาที่จีนต่อยอดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา"
ด้านนายหยาง เจียฉี เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงของจีน กล่าวว่า จีนมีนโยบายเปิดตลาด ดังเห็นได้จากการเจรจาข้อตกลงการลงทุนระดับทวิภาคีทั้งกับสหรัฐฯ และยุโรป "เราทำการปฏิรูปอย่างลึกซึ้งขึ้น ขยายและเปิดกว้างตลาด และเศรษฐกิจของเราคาดว่าจะรักษาการเติบโตได้ในระดับกลางถึงสูงในระยะยาว"
ผลสำรวจของหอการค้ายุโรประบุว่า การผลิตที่มากเกินความต้องการได้ส่งผลกระทบต่อหลายภาคอุตสาหกรรมของจีน ไม่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมเหล็กและถ่านหินที่ทางการจีนเคยออกมากล่าวแสดงความกังวล โดยบริษัทยุโรปมองว่าทางการจีนลดจำนวนโรงงานที่ผลิตสินค้าเกินความต้องการช้าเกินไป ทั้งนี้ 41% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่ามีแผนจะลดต้นทุนในจีน
นอกจากนี้ ธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมยังแสดงความกังวลต่อความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเติบโต 6.7% ในไตรมาสแรกของปี ต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2552 โดยหลายบริษัทคาดหมายว่าเศรษฐกิจจีนยังชะลอตัวไม่ถึงจุดต่ำสุด
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการรายงานบรรยากาศการทำธุรกิจที่ยากลำบากขึ้น แต่กว่า 85% ของผู้ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่ายังคงมีกำไรหรือทำรายได้เท่าทุนในจีน สะท้อนถึงอัตราการเติบโตที่ยังนับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,164 วันที่ 9 - 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559






