
จีนต้องสร้างกลยุทธ์ ดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ
ในขณะที่หลายประเทศเดินหน้าเพิ่มจำนวนเที่ยวบินตรงจากจีน และขยายระยะเวลาของวีซ่า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนให้หลั่งไหลสู่ประเทศตน เพราะจากสถิติในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่า กำลังซื้อของชาวจีนสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก จากการสำรวจของ Brand USA China Market พบว่า นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 2557 มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 6,000 – 7,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ อีกทั้งจำนวนชาวจีนท่องเที่ยวในต่างประเทศยังสูงขึ้นหลายเท่าตัว อาทิ ในปี 2558 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้นกว่า 10 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2546 ส่วนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปไทยก็เพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2555 นอกจากนี้ การจัดสัมมนาพนักงานประจำปีในต่างประเทศ ก็ได้กลายมาเป็นเทรนด์ใหม่ของบริษัทจีน
[caption id="attachment_60680" align="aligncenter" width="500"]
จีน[/caption]
ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศจีนกลับลดลงหลายปีต่อเนื่อง โดยในปี 2558 ชาวต่างชาติ (ไม่รวมฮ่องกง มาเก๊าและไต้หวัน) เดินทางท่องเที่ยวในประเทศจีนเพียง 26 ล้านคน ลดลงจากปีก่อนหน้า 1.4% ซึ่งเป็นสถิติสวนกระแส เพราะจากรายงานของสำนักงานการท่องเที่ยวองค์การสหประชาชาติ (UN World Tourism Organization) รายงานว่า ในปี 2558 นักท่องเที่ยวทั่วโลกเลือกประเทศในเอเชียแปซิฟิกเป็นจุดหมายปลายทางถึง 277 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 5%
แม้ว่าจีนจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage Sites) ถึง 48 แห่ง และอีก 55 แห่งที่รอรับการพิจารณา แต่ดูเหมือนว่ามิได้เป็นประเด็นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้มากนัก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวมรดกโลกอยู่เลย แต่ในปี 2558 กลับมีนักท่องเที่ยว 14 ล้านคนจากทั่วโลกเดินทางไปเยือน
หลายสถาบันวิจัย อาทิ London-based BMI Research Group แสดงทัศนะว่า นอกจากปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว กฎระเบียบและค่าใช้จ่ายเพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยวจีน เป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีนในสื่อต่างประเทศก็ยังคงมีจำนวนน้อย แม้ว่าทางการจีนจะพยายามสร้างแรงจูงใจนักท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบแล้วก็ตาม อาทิ การประกาศปรับปรุงสุขาทั่วประเทศ การที่หลายเมืองใหญ่เริ่มใช้มาตรการคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ และสมาคมสื่อสารมวลชนจับมือร่วมกันประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์จีน แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นกลับมาได้หรือไม่ ยังคงเป็นโจทย์ที่หน่วยงานทุกฝ่ายของจีนคงต้องร่วมกันหาทางแก้ไข
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่องทางการค้า-การลงทุน และความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนได้ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (บีไอซี) http://www.thaibizchina.com/ และช่องทางใหม่ www.facebook.com/thaibizchina
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,164 วันที่ 9 - 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_60680" align="aligncenter" width="500"]
ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศจีนกลับลดลงหลายปีต่อเนื่อง โดยในปี 2558 ชาวต่างชาติ (ไม่รวมฮ่องกง มาเก๊าและไต้หวัน) เดินทางท่องเที่ยวในประเทศจีนเพียง 26 ล้านคน ลดลงจากปีก่อนหน้า 1.4% ซึ่งเป็นสถิติสวนกระแส เพราะจากรายงานของสำนักงานการท่องเที่ยวองค์การสหประชาชาติ (UN World Tourism Organization) รายงานว่า ในปี 2558 นักท่องเที่ยวทั่วโลกเลือกประเทศในเอเชียแปซิฟิกเป็นจุดหมายปลายทางถึง 277 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 5%
แม้ว่าจีนจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage Sites) ถึง 48 แห่ง และอีก 55 แห่งที่รอรับการพิจารณา แต่ดูเหมือนว่ามิได้เป็นประเด็นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้มากนัก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวมรดกโลกอยู่เลย แต่ในปี 2558 กลับมีนักท่องเที่ยว 14 ล้านคนจากทั่วโลกเดินทางไปเยือน
หลายสถาบันวิจัย อาทิ London-based BMI Research Group แสดงทัศนะว่า นอกจากปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว กฎระเบียบและค่าใช้จ่ายเพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยวจีน เป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีนในสื่อต่างประเทศก็ยังคงมีจำนวนน้อย แม้ว่าทางการจีนจะพยายามสร้างแรงจูงใจนักท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบแล้วก็ตาม อาทิ การประกาศปรับปรุงสุขาทั่วประเทศ การที่หลายเมืองใหญ่เริ่มใช้มาตรการคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ และสมาคมสื่อสารมวลชนจับมือร่วมกันประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์จีน แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นกลับมาได้หรือไม่ ยังคงเป็นโจทย์ที่หน่วยงานทุกฝ่ายของจีนคงต้องร่วมกันหาทางแก้ไข
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่องทางการค้า-การลงทุน และความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนได้ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (บีไอซี) http://www.thaibizchina.com/ และช่องทางใหม่ www.facebook.com/thaibizchina
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,164 วันที่ 9 - 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559






