thansettakij
thansettakij
เปิดใจนายกฯเคเบิลทีวี รับเผือกร้อนเคลียร์ปมคาใจกสทช./ยกระดับวงการ

เปิดใจนายกฯเคเบิลทีวี รับเผือกร้อนเคลียร์ปมคาใจกสทช./ยกระดับวงการ

06 มิ.ย. 59 | 01:00 น.
เปิดใจนายกสมาคมเคเบิลทีวีฯคนใหม่ “วิริยา ธรรมเรืองทอง” รับเผือกร้อน เดินหน้าสางปัญหาเคลียร์ปมคาใจกับ กสทช. กางนโยบาย 4 ด้านสร้างความต่างจากคู่แข่งพร้อมผลักดันผู้ประกอบการทั่วประเทศ เปลี่ยนผ่านจากเคเบิลอนาล็อกสู่ดิจิตอลภายใน 2 ปี

ผลการเลือกตั้งนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ที่มีขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชัยชนะตกเป็นของ “นายวิริยา ธรรมเรืองทอง” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไบท์ลายน์ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่น จังหวัดสุราษฏร์ธานี ทำให้นายวิริยา ต้องเข้ามารับไม้ต่อจากอดีตนายกฯ นายณัฐชัย อักษรดิษฐ ที่หมดวาระลง แต่ภารกิจที่ต้องสานต่อยังคงมีอีกมากมาย โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งระหว่างสมาคมเคเบิลทีวีฯ กับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้งในเรื่องของการเรียงช่อง การขอใบอนุญาตประกอบกิจการธุรกิจอินเตอร์เน็ต และเงินทุน เป็นต้น

โดยนายวิริยา ธรรมเรืองทอง นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย คนใหม่ เปิดใจกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในสมาคมเคเบิลฯในช่วงที่ผ่านมาและค้างคามาจนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจากกสทช. ที่ไม่เข้าใจการทำงานหรือธุรกิจของเคเบิลทีวี ทั้งในด้านนิยามการทำงานของธุรกิจเคเบิลทีวี การจัดเรียงช่อง และแผนแม่บทอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ทั้งนี้หลังจากเข้ารับตำแหน่งจะเดินทางเข้าพบคณะกรรมการกสทช. เพื่อเจรจา สร้างความเข้าใจต่อไป

ทั้งนี้ที่ผ่านมาสมาคมพยายามเข้าไปเจรจาทำความเข้าใจกับกสทช.ต่อเนื่อง แต่ยังไม่เกิดผล ทั้งในเรื่องนิยามของธุรกิจเคเบิลทีวี ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ และสัญญาณการแพร่ภาพที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนมาจากการลงทุนของผู้ประกอบการทั้งหมด ดังนั้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ประกอบการ 2% เช่นเดียวกับธุรกิจทีวีดิจิตอลจึงไม่ยุติธรรม เนื่องจากผู้ประกอบการเคเบิลทีวีไม่ได้ใช้คลื่นความถี่เดียวกับทีวีดิจิตอล ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าส่งผลกระทบอย่างสูงต่อผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้

ส่วนปัญหาการเรียงช่อง เนื่องจากธุรกิจเคเบิลทีวีเป็นธุรกิจเพย์ทีวีที่ต้องใช้คอนเทนต์มาสร้างความแตกต่างให้แพลตฟอร์มน่าสนใจ ถึงจะดึงเงินจากกระเป๋าลูกค้าได้ อีกทั้งการทำเงินของเคเบิลทีวีคือช่องหมายเลขต้นๆ แต่ปัจจุบันจากการที่กสทช.ออกกฎบังคับประกาศให้เรียงช่อง ส่งผลให้เคเบิลทีวีได้รับผลกระทบจากการหารายได้ทั้งในส่วนของสมาชิกและโฆษณา จากเดิมที่เคยมีราว 80 ช่อง เมื่อจัดเรียงช่องใหม่ตั้งแต่ 1-36 ทำให้มีช่องหายไป 36 ช่อง ประกอบกับคอนเทนต์ไม่สามารถสร้างความแตกต่างจากอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลได้

ด้านปัญหาเรื่องแผนแม่บทอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ที่ผ่านมาไม่เคยนำอุตสาหกรรมเคเบิลทีวีเข้าไปร่วมด้วย จึงอยากจะวอนขอให้กสทช.ร่างแผนแม่บทใหม่ โดยนำธุรกิจเคเบิลทีวีเข้าไปรวมอยู่ด้วย เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้มีส่วนแบ่งการตลาดฐานผู้ชมโทรทัศน์ราว 3.5 ล้านครัวเรือนหรือ 16 ล้านราย

“ยอมรับว่าธุรกิจทีวีดิจิตอลจะเติบโตไปตามเทรนด์ของตลาดโลก ขณะเดียวกันธุรกิจเคเบิลทีวีในตลาดต่างประเทศ เช่น ยุโรป และประเทศญี่ปุ่น ก็มีอัตราการเติบโตสูงเช่นกัน ซึ่งตลาดเคเบิลในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตสูง ดังนั้นอยากให้กสทช.ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์อย่างเท่าเทียมกัน”

นอกจากปัญหาที่ต้องแก้ไขแล้ว ในฐานะนายกสมาคมคนใหม่ ได้เตรียมแนวทางปรับปรุงอุตสาหกรรมเคเบิลในประเทศไทยทั้งระบบใหม่ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.การรวมตัวกันซื้อคอนเทนต์ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมต่างคนต่างซื้อคอนเทนต์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมาก และต้องขยับราคาการเก็บค่าสมาชิกจากผู้ชมเพิ่ม ซึ่งการขึ้นราคาเป็นเรื่องยากเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย และการแข่งขันของธุรกิจสื่อที่ค่อนข้างรุนแรง ส่งผลให้ราคาดังกล่าวขยับเพิ่มขึ้นยาก ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องตกอยู่ในภาวะขาดทุน แต่หากรวมตัวกันซื้อคอนเทนต์ได้จะช่วยลดต้นทุนการซื้อคอนเทนต์ได้ราว 30%

2.จัดอบรมรมผู้ประกอบการธุรกิจเคเบิลที่เป็นสมาชิกและบุคคลทั่วไป เกี่ยวกับการให้บริการและประกอบธุรกิจเคเบิลทีวี เช่น ปัญหาเทคนิคการให้บริการ หรือแหล่งซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือที่เกี่ยวข้องในราคาถูก 3. พัฒนาช่องท้องถิ่นให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยที่ผ่านมาเอแบคโพล และนิด้าได้ทำการสำรวจพฤติกรรมผู้ชมเคเบิลทีวีพบว่าให้ความสนใจคอนเทนต์เกี่ยวกับช่องท้องถิ่นมากกว่า 86% ดังนั้นสมาคมจะพัฒนาต่อเนื่อง โดยต่อไปจะพัฒนาให้คอนเทนต์ช่องท้องถิ่นของแต่ละภูมิภาค สามารถแบ่งปันแลกเปลี่ยนไปสู่อีกภูมิภาคหนึ่งได้ง่ายขึ้น เช่น คอนเทนต์ภาคอีสาน ภาคเหนือสามารถนำไปออกอากาศในท้องถิ่นของตัวเองได้ เป็นต้น

นอกจากนี้เรื่องที่ 4 เป็นเรื่องที่สมาคมจะให้ความสำคัญมากคือ เรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีจากธุรกิจเคเบิลทีวีเพิ่มเติมในเรื่องของอินเตอร์เน็ตไปควบคู่กัน เนื่องจากเคเบิลทีวีใช้สายไฟเบอร์ออฟติกซึ่งสายดังกล่าวสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งหากผู้ประกอบการทุกรายทำได้จะช่วยส่งผลให้มีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นและยังรักษาฐานลูกค้าเก่าได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมายังติดปัญหาการให้ใบอนุญาตประกอบกิจการอินเตอร์เน็ตจากกสทช.อยู่ ซึ่งสมาคมอยากให้กสทช.ช่วยเร่งพิจารณาเรื่องนี้โดยเร็ว

“จากแนวทางดังกล่าว สมาคมมองว่าต้องใช้งบประมาณการลงทุนทั้งกลุ่มกว่า 3 พันล้านบาท แต่ขณะนี้สมาคมมีงบที่ได้รับการจัดสรรเพียงแค่ 9 พันบาท ดังนั้นอยากให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเรื่องแหล่งเงินกู้ให้กับผู้ประกอบการเคเบิลด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกที่อยู่ในสมาคมราว 350 ราย”

ทั้งนี้สมาคมมองว่าหากผู้ประกอบการทุกรายให้ความร่วมมือกัน และเดินไปตามแนวทางที่สมาคมวางไว้ธุรกิจเคเบิลทีวีสามารถอยู่ได้อย่างแน่นอน อีกทั้งจะสามารถขยายฐานผู้ชมเพิ่มเป็น 2 เท่าตัวหรือประมาณ 10 ล้านครัวเรือนในระยะยาว นอกจากนี้สมาคมยังคงผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเคเบิลทีวีอนาล็อกสู่การเป็นเคเบิลทีวีดิจิตอลให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายใน 1-2 ปีจากนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,163 วันที่ 5 - 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline