thansettakij
thansettakij
‘อาคม’เร่งตั้งบิสิเนสยูนิตลุยขนส่งสินค้า

‘อาคม’เร่งตั้งบิสิเนสยูนิตลุยขนส่งสินค้า

07 มิ.ย. 59 | 08:00 น.
รถไฟไฮสปีด" ไทย-ญี่ปุ่น"คืบ เตรียมตั้งบิสิเนสยูนิตด้านการขนส่งสินค้า คาดได้ข้อสรุปต.ค.59 พร้อมเตรียมเสนอรายงานขั้นกลางมิ.ย.นี้ "อาคม" ยันชัดเจนไฮสปีดเทรนไทย-ญี่ปุ่นถึงไม่ได้ก่อสร้างในปีนี้ แต่ให้เร่งจัดทำแผนการพัฒนารองรับไว้ตั้งแต่วันนี้

[caption id="attachment_59747" align="aligncenter" width="355"] อาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม[/caption]

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้เร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เร่งจัดทำแผนธุรกิจเนื่องจากอาจจะมีการตั้งบริษัทร่วมกันระหว่างไทย-ญี่ปุ่นดำเนินการเฉพาะเรื่องการขนส่งสินค้า ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบบิสสิเนสยูนิตหรือรูปแบบบริษัทลูกของรฟท.ที่จะร่วมทุนกับฝ่ายญี่ปุ่นปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบันนี้

นอกจากนั้นยังเน้นด้านการให้ความสำคัญของการหาตลาดมาป้อนสินค้าให้กับโครงการดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันที่รฟท.ดำเนินการจะเน้นให้ผู้ประกอบการจะเข้ามาหา สำหรับรูปแบบธุรกิจใหม่นี้บริษัทลูกดังกล่าวจะเน้นการทำตลาดด้วยซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้รฟท.ได้อีกทางหนึ่ง โดยจะเห็นความชัดเจนได้ประมาณเดือนตุลาคมนี้ โดยจะพยายามให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
"คณะทำงานร่วมระหว่างฝ่ายไทยและญี่ปุ่นที่ฝ่ายไทยมีสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)และรฟท.แม่งานหลักได้มีการหารือกันอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ตามแผนประมาณเดือนมิถุนายนนี้ฝ่ายญี่ปุ่นจะเร่งสรุปรายงานตามผลการศึกษาขั้นกลางรายงานให้กระทรวงคมนาคมรับทราบว่าโครงการมีความเหมาะสมมากน้อยอย่างไร ซึ่งเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ใช้วงเงินลงทุนสูง โดยฝ่ายไทยให้ข้อคิดเห็นในเรื่องประมาณการณ์ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น-ลดลงอย่างไร"

นายอาคมกล่าวว่า ล่าสุดได้เปิดสำนักงานเพื่อการสำรวจและพัฒนาการขนส่งสินค้าทางรถไฟภายใต้ความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทย-ญี่ปุ่น ในกรอบการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ และการพัฒนาการบริการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ตามที่ฝ่ายไทย-ญี่ปุ่นได้บันทึกลงนามความเข้าใจกันใน 4 เรื่องคือ 1.การพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 2.การพัฒนาเส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพ-อรัญประเทศ และกรุงเทพ-แหลมฉบัง 3.เรื่องแนวระเบียงเศรษฐกิจแม่สอด-มุกดาหาร-นครพนม 4.การพัฒนาระบบขนส่งสินค้าทางรถไฟ

สำหรับต้นทุนโลจิสติกส์หากเปรียบเทียบระหว่างระบบรางกับระบบถนนแล้ว ระบบรางถูกกว่า และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เรื่องการใช้พลังงาน โดยสำนักงานที่ตั้งขึ้นมาจะเน้นเรื่องการพัฒนาด้านขนส่งสินค้าด้วยระบบราง ซึ่งเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้มีการทดลองเดินรถขนส่งตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ขนาด 12 ฟุตจากสถานีหนองปลาดุกมายังสถานีบางซื่อ และยังมีการทดลองในเส้นทางภาคเหนือไปถึงจ.ลำพูน เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปถึง จ.ขอนแก่น ผลการทดดลองพบว่าเส้นทางภาคเหนือมีความตรงต่อเวลามากกว่าภาคอื่นๆ

ส่วนวงเงินลงทุนโครงการนั้นยังต้องมีการหารือร่วมกัน เนื่องจากยังมีข้อแตกต่างในหลายเรื่องซึ่งจะสรุปให้ได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ เบื้องต้นนั้นมีการประมาณการผู้โดยสารในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ไว้จำนวน 4.5 หมื่นคนต่อวัน แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ระยะคือ 1.กรุงเทพฯ-พิษณุโลก และ 2.พิษณุโลก-เชียงใหม่ แต่เนื่องจากวงเงินลงทุนสูงมาก จึงมีข้อเสนอแนะว่าอาจจะทำในระยะทางสั้นๆไปก่อน อาทิ กรุงเทพ-พระนครศรีอยุธยา,กรุงเทพ-นครสวรรค์ หรือกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ยังจะต้องรอพิจารณาผลการศึกษาให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยหลักการรัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและภาคเอกชนจะมาลงทุนในส่วนใดได้บ้าง แต่งานก่อสร้างไม่ได้เกิดขึ้นในปีนี้แน่ ประการสำคัญการพัฒนาเมืองตามแนวรถไฟฟ้าและพื้นที่โดยรอบสถานีจะต้องเร่งทำแผนแม่บทการพัฒนาเมืองรองรับเอาไว้ตั้งแต่วันนี้

Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,163 วันที่ 5 - 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline