thansettakij
thansettakij
Leadership Passion

Leadership Passion

29 พ.ค. 59 | 02:00 น.
ผู้นำที่ชีวิตมีความสำเร็จแต่ดูเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป เป็นเสมือนมีชีวิตแต่ไม่มีชีวา รู้สึกหดหู่ รู้สึกชีวิตน่าเบื่อ ซ้ำซากจำเจ โหยหาความตื่นเต้นและเร้าใจ ผู้นำหลายคนดำเนินชีวิตตามความต้องการของสังคมทำให้สามารถปีนบันไดของความสำเร็จได้ดั่งใจของคนรอบข้างแต่ดูเหมือนว่าลืมหยุดมองใจตัวเองว่าต้องการอะไรที่ทำให้มีความรู้สึกของพลังชีวิตกลับคืนมา

สมัยก่อนเราคงเคยได้ยินคำว่า Mid Life Crisis คือเมื่อผู้นำอายุระหว่าง 40-50 ปีจะมาถึงทางสองแพร่งของชีวิตที่ต้องเลือกระหว่างความสำเร็จกับความสุข ผู้นำหลายท่านจะรู้สึกอ้างว้างเดียวดายประดุจดังพลังชีวิตที่เคยมีเต็มเปี่ยมเหือดหายไป ปัจจุบันเราคงเคยได้ยินคำว่า Quarter Life Crisis นั่นคือแค่อายุ 25 ปีก็มีความรู้สึกหมดพลัง Burn-out เสียแล้วเพราะปัจจุบันความเร็วในการใช้ชีวิตเร็วกว่าเก่าหลายเท่า เมื่อเราไม่ได้เติมเต็มพลังชีวิตในทุกก้าวที่เดินแต่ใช้พลังชีวิตอย่างสิ้นเปลืองทั้งยังยืมพลังชีวิตในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน จะทำให้เราหมดพลังชีวิตอย่างรวดเร็ว

ผู้เขียนเป็นที่ปรึกษาให้กับ CEO ผู้บริหาร มืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขาอายุตั้งแต่ 25 - 60 ปี ซึ่งทุกคนมีความรู้สึกคล้ายกันว่าพยายามจะปีนบันไดของความสำเร็จด้วยความเร็วสูงเมื่อไปถึงยอดแล้วกลับพบกับความว่างเปล่าและมิได้มีความสุขใจเมื่อได้มาซึ่งความสำเร็จ ในการค้นหาต่อมพลังชีวิตเพื่อขับเคลื่อนดุลยภาพของความสำเร็จและความสุขให้ไปคู่กันมีบันไดในการค้นหา 3 ขั้นดังต่อไปนี้

 1.หยุดฟังเสียงกระซิบจากหัวใจ

ปกติแล้วหัวใจเราจะส่งสัญญาณบอกถึงธรรมชาติของอารมณ์และความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา ถ้าจิตเราละเอียดและนิ่งพอเปรียบเสมือนทะเลที่ไม่มีคลื่นลมเราจะได้ยินเสียงกระซิบถึงธรรมชาติของต่อมสุขใจที่อยู่ภายในตัวเรา

ผู้นำที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้เวลาปลีกวิเวกเพื่อหยุดฟังสัญญาณของตัวเองอยู่เสมอๆ CEO ท่านหนึ่งที่ผู้เขียนเป็น Coach ในการพัฒนาภาวะผู้นำ ได้นำแนวคิดนี้มาใช้กับตัวเองและยังนำเอาไปใช้กับทีมงานโดยทุกๆ 3 เดือนจะให้ทีมงานไปปลีกวิเวกบนเกาะหรือบนเขาสูงเพื่อหยุดฟังว่า 3 เดือนที่ผ่านมาเราได้ทำสิ่งดีๆที่ทำให้เราและลูกค้าคนสำคัญมีความสุขหรือไม่ ต่อมสุขใจเราได้ทำงานอย่างเต็มที่หรือเปล่า หรือมีสิ่งใดที่ทำให้ต่อมเครียดทำงานและทำให้เราสูญเสียพลังในตัวเราเองและทีมงาน

 2.วัดระดับพลังชีวิตในการทำสิ่งที่มีความสุข

เมื่อเราสามารถฟังเสียงกระซิบจากหัวใจว่าอะไรคือความสุขและอะไรคือความเครียด ถ้าเรามีสติที่จะเฝ้ามองอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลายาวนานพอจะสามารถเข้าใจธรรมชาติของอุปนิสัยพื้นฐานของเราเอง ถ้าเราทำสิ่งที่เป็นต่อมสุขใจเราจะสร้างพลังบวกให้กับตนเองทำให้สามารถจะมีบัญชีอารมณ์ที่เป็นบวกในแต่ละวัน แต่ถ้าวันไหนเราใช้ต่อมเครียดมากกว่าก็จะทำให้เรามีบัญชีติดลบในแต่ละวันเช่นกันเมื่อกลับบ้านจะดูเหมือนว่าพลังงานในชีวิตของเราดูเหือดแห้งลงไป

ผู้บริหารท่านหนึ่งกล่าวกับผู้เขียนว่าเมื่อลองใช้กระบวนนี้การจับอารมณ์และเฝ้ามองตัวเองทุกวันเป็นเวลา 1 อาทิตย์จะสามารถเห็นธรรมชาติของตัวเองได้ชัดว่าถ้าทำงานในด้านการเงินหรือการบริหารสต๊อกจะรู้สึกเครียดและมีอาการปวดศีรษะเมื่อกลับถึงบ้านดูเหมือนพลังงานในชีวิตไม่หลงเหลืออยู่เลย
แต่วันไหนได้แสดงความคิดและสื่อสารในการสอนสิ่งใหม่ๆให้กับคนอื่นสามารถทำได้โดยไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เมื่อติดตามสภาวะอารมณ์ทำให้เขาสามารถแยกแยะถึงอุปนิสัยพื้นฐานและความถนัดได้ว่าต่อมสุขใจที่เขามีความสุขมากก็คือการสื่อสาร เมื่อใช้แบบสอบถามความถนัดเชิงอัจฉริยภาพ(Multi-Dimension Intelligence Profile Assessment) ทดสอบดูถึงต่อมสุขใจที่อยู่ในสมองทั้ง 4 ส่วนของเขาก็พบว่า เขามีต่อมสุขใจที่สร้างอารมณ์บวกมากๆถึง 4 ต่อมด้วยกันคือ การสื่อสาร การประสานใจ การบริการ และการประสานความคิด

 3.วางพิมพ์เขียวในการเจียระไนดุลยภาพชีวิต

การที่เรารู้จักต่อมสุขใจและเข้าใจระดับพลังบวกของพลังชีวิตที่เกิดจากต่อมสุขใจทำให้เราสามารถมองธรรมชาติตลอดจนเอกลักษณ์ของเราได้อย่างเด่นชัดขึ้นว่าเราควรจะสร้างอารมณ์บวกเพื่อสร้างความรู้สึกดีๆให้เกิดขึ้นในตัวเราด้วยการอยู่ในสิ่งแวดล้อมและงานอย่างไร ในขณะเดียวกันก็สามารถจะวางแนวทางในการวางแผนหลีกเลี่ยงการสร้างความเครียดที่จะเกิดขึ้นในชีวิต

ผู้บริหารท่านนี้เห็นได้ชัดเจนว่าถ้าเขาสามารถทำงานในด้านการให้บริการและสามารถนำเอาความถนัดไปช่วยประสานความคิดและจิตใจของคนเก่งๆที่อยู่รอบข้างเขาก็จะมีความสุขและสามารถทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความเก่งของทีมงานอย่างสร้างสรรค์ แต่ในขณะเดียวกันก็ควรจะหาคนรู้ใจมาช่วยแบ่งเบาภาระในด้านงานตัวเลขไม่ว่าจะเป็นงานบัญชีหรืองานเช็กสินค้าคงคลัง

เมื่อเส้นทางการเดินทางไปกระตุ้นต่อมสุขใจชัดก็สามารถจะสร้างรอยยิ้มและพลังชีวิตที่เกิดเป็นพลังบวกในการเดินทาง การเติมเต็มพลังบวกจะสร้างความอิ่มเอมและเติมเต็มความสุขที่เราต้องถวิลหาจากภายนอก ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของเสียงกระซิบที่อยู่ในหัวใจเราก็สามารถจะใช้สมองสร้างเส้นทางไปสู่ความสำเร็จอย่างมีรอยยิ้มและมีความสุขในการเดินทาง

Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,160 วันที่ 26 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline