thansettakij
thansettakij
อัดโปรโมชันกระทุ้งยอด คอนซูเมอร์ผวา กำลังซื้อไม่ฟื้น/เศรษฐกิจซึม

อัดโปรโมชันกระทุ้งยอด คอนซูเมอร์ผวา กำลังซื้อไม่ฟื้น/เศรษฐกิจซึม

23 พ.ค. 59 | 02:30 น.
กระหน่ำโปรโมชั่นแหลก ทั้งลด แลก แจก แถม หลากไซซ์ หลายราคา จับตาขนาดประหยัด สุดคุ้มมาแรง หวังกระตุ้นกำลังซื้อรากหญ้า หลังกำลังซื้อไม่ฟื้นตัวเหตุเศรษฐกิจยังซึม ล่าสุดผงซักฟอกแอพและป๊อก แถมน้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม พร้อมหั่นราคา 50% ดันยอดขาย ข้าวสารแบรนด์ไก่แจ้ทั้งแถมบวกลดราคา ด้านมิสทิน/เป๊ปซี่/เอส พาเหรดส่งไซซ์เล็กจับตลาด

ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บุญโชติ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงซักฟอกแบรนด์แอพ และป๊อก เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กลยุทธ์ที่นำมาใช้เพื่อสร้างการเติบในปีนี้ มี 3 กลยุทธ์ที่สำคัญคือ 1. จัดโปรโมชันของแถม 2. การลดราคาหรือซื้อ 1 แถม 1 และ 3. การทำ on ground marketing หลังจากประเมินสถานการณ์กำลังซื้อของผู้บริโภคในปีนี้ ถือว่าลดลงจากปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำกว่าปีที่ผ่านมา และไม่ใช่เฉพาะบริษัทเท่านั้นที่ทำการตลาดในรูปแบบดังกล่าว แต่คู่แข่งในตลาดก็ใช้กลยุทธ์ในลักษณะเดียวกันด้วย

“ในช่วงปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวสินค้าที่มีคุณภาพพรีเมียมและความเข้มข้นสูง แต่พบว่าการตอบรับไม่ดีเท่าที่ควร สภาพตลาดโดยรวมของกลุ่มผงซักฟอกก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดด้วยการใช้เรื่องโปรโมชันราคาเข้ามาเป็นตัวกระตุ้นตลาด ไม่ว่าจะเป็นการแถมสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำยาล้างจาน หรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม การลดราคาสูงสุดถึง 50% หรือการซื้อ 1 แถม 1 รวมถึงการจัดกิจกรรมการตลาดลงพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและร้านค้าต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดยอดขายเพิ่มมากขึ้น โดยไม่เน้นการทำตลาดผ่านสื่อหรือการตลาดแมส”

กลยุทธ์ดังกล่าวถือว่าช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน โดยจะพบว่าในช่วงการจัดรายการส่งเสริมการขายด้วยการลดราคา 50% หรือซื้อ 1 แถม 1 ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เช่น ช่วงที่ไม่ได้จัดรายการส่งเสริมการขายจะมียอดขายเฉลี่ย 100 ลังต่อเดือน ช่วงจัดรายการส่งเสริมการขายสามารถขายได้ 1 พันลังต่อเดือน เป็นต้น ขณะที่สินค้าที่นำมาเป็นของแถมก็ได้รับความนิยม เพราะมูลค่าสินค้าที่นำมาเป็นของแถมมีราคาเกือบ 50%ของราคาสินค้าหลัก เช่น ผงซักฟอกแอพ สูตรเข้มข้น ขนาด 1.8 พันกรัมราคาขายปลีกประมาณ 135 บาท แถมน้ำยาปรับผ้านุ่มชนิดขวด 600 มล.ราคา 60 บาท ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเช่นกัน

ดร.โชคชัย กล่าวอีกว่า การจัดโปรโมชั่นบริษัทจะดูความเหมาะสมของสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่าย แต่จะไม่ใช้กลยุทธ์การเพิ่มขนาดสินค้าในราคาเท่าเดิม เนื่องจากพบว่าไม่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ดีเท่ากับการลดราคาหรือมีของแถม จากกลยุทธ์ต่างๆ ดังกล่าวที่บริษัทใช้ในปีนี้คาดว่า จะช่วยผลักดันให้ยอดขายเติบโตได้ 40-50% หรือมียอดขายประมาณ 150 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 100 ล้านบาท โดยได้เพิ่มงบการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาใช้เพียง 20 ล้านบาท

“ภาพรวมตลาดผงซักฟอกปัจจุบันมีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท ปีนี้น่าจะเติบโตไม่เกิน 5% และแบรนด์คู่แข่งทุกรายต่างก็ใช้กลยุทธ์ลักษณะเดียวกัน เพราะสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ ทำให้ต่างต้องการรักษาการเติบโตของตนเองไว้ ส่วนบริษัทเองยังถือว่ามีส่วนแบ่งตลาดเพียงเล็กน้อย เพราะเพิ่งเข้าตลาดมาได้ไม่ถึง 1 ปี จึงต้องทำการตลาดควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์ ที่ปีนี้ต้องยอมเพิ่มงบประมาณการตลาดในส่วนโปรโมชั่นมากขึ้น เพื่อรักษาการเติบโตให้ได้ตามที่วางเป้าหมายเอาไว้”

ด้านนายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวถุงแบรนด์ “ข้าวไก่แจ้” กล่าวว่า กลยุทธ์ที่นำมาใช้เพื่อผลักดันยอดขายให้เติบโต เป็นกลยุทธ์ด้านโปรโมชั่นของแถมและลดราคาสินค้า เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ทำให้การตัดสินใจซื้อสินค้าจะพิจารณาจากราคาและความคุ้มค่าเป็นหลัก โดยการใช้กลยุทธ์ดังกล่าวจะมีรายละเอียดของสินค้า และโปรโมชันที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่การขายและช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงตามความต้องการ

“โปรโมชันที่บริษัทใช้มีหลากหลายรูปแบบแตกต่างตามพื้นที่ขาย ช่องทางการจัดจำหน่าย ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดและการแข่งขัน รวมถึงเป้าหมายการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด เช่น ภาคใต้มีการจัดรายการโปรโมชั่นซื้อข้าวขนาด 5 กิโลกรัมแถมขนาด 1 กิโลกรัม ในช่องทางโมเดิร์นเทรด ข้าวหอมสุรินทร์ ลดราคาขายปลีกจากข้าวขนาด 5 กิโลกรัม ราคา 190 บาทเหลือ 170-180 บาท ในช่องทางร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ข้าวไก่แจ้สีส้ม ขนาด 5 กิโลกรัม ราคา 99 บาท เหลือ 80 บาท เป็นต้น ส่วนขนาดสินค้าปัจจุบันมีหลากหลายครบทุกกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ขนาด 1 กิโลกรัมจนถึง 50 กิโลกรัม”

อย่างไรก็ตาม สินค้าขนาด 1-2 กิโลกรัมมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10-20% โดยประเมินว่ามี 2 ปัจจัยสำคัญ คือ 1.สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวลง ทำให้ลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่มีรายได้น้อยจะซื้อสินค้าไปบริโภคตามความจำเป็น และ 2. พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม และเป็นครอบครัวขนาดเล็ก จะซื้อสินค้าขนาดเล็กเพื่อนำไปใช้ตามความจำเป็น ทำให้ยอดขายสินค้าไซซ์ขนาดเล็กได้รับความนิยมตามมาด้วยจากกลยุทธ์ที่บริษัทนำมาใช้เพื่อผลักดันยอดขาย ส่งผลให้ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ยังสามารถรักษาการเติบโตได้ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าสถานการณ์ของเศรษฐกิจและกำลังซื้อน่าจะปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มสินค้าใหม่ การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จึงน่าจะทำให้ภาพรวมในปีนี้เติบโตได้ 15%

ขณะที่นายดนัย ดีโรจนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางในระบบขายตรง แบรนด์มิสทิน (Mistine) กล่าวว่า จากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายสินค้า ด้วยการผลิตสินค้าในขนาดที่เหมาะสมต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยมีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป อาทิ เดิมผลิตสินค้าขนาด 500 มิลลิลิตร ได้เพิ่มขนาด 200-300 มิลลิลิตร เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ

นางสาวเพชรัตน์ อุทัยสาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้บริหารร้านอาหารบริการด่วนแมคโดนัลด์ กล่าวว่า แนวโน้มการแข่งขันในตลาดร้านอาหารบริการด่วนเมืองไทยในปีนี้ คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นราว 11% จากปีที่ผ่านมา โดยในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายเติบโตได้ตามเป้าหมาย เพราะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น และมีความถี่ในการใช้บริการมากขึ้น โดยเฉพาะสาขาที่เปิดบริการ 24 ชม. เนื่องจากลูกค้ามีความสะดวกสบายในการเข้ามาใช้บริการ และมีความรู้สึกปลอดภัย ปัจจุบันสาขาที่เปิดให้บริการ 24 ชม. มีทั้งหมด 104 สาขา มียอดใช้บริการกว่า 100 บาทต่อบิลต่อครั้ง

ดังนั้นเพื่อรองรับการเติบโตและความต้องการในตลาด จึงได้สร้างความหลากหลายของสินค้าเพื่อเข้ามาเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคในหลากหลายรูปแบบและราคา ล่าสุดได้เปิดตัวเมนูใหม่ "แมคไก่ทอดจัมโบ้ “ การันตีใหญ่ใหญ่ เป็นแพลตฟอร์มที่ประกอบด้วยเมนูไก่ทอดที่หลากหลาย เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคหลากหลายราคา ตั้งแต่ราคาสุดคุ้มเพียงชิ้นละ 37 บาท พร้อมเซตเมนูที่หลากหลายอาทิ ชุดจัมโบ้ดี๊ดี ราคา 69– 99 บาท ชุดจัมโบ้สุดคุ้ม ราคา 129 – 149 บาท ชุดจัมโบ้เต็มอิ่ม ราคา 199 บาท ชุดจัมโบ้จัดหนัก ราคา 259 บาท และชุดจัมโบ้ใหญ่ใหญ่ ราคา 369 บาท ภายใต้งบประมาณทางการตลาด 50 ล้านบาท เพื่อสื่อสารให้ถึงลูกค้าทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ทุกช่องทาง โดยมั่นใจว่า ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้บริษัทมียอดขายรวมในปีนี้เติบโตในระดับ 2 หลัก

ขณะที่บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของไซซิ่งเข้ามาเป็นกลยุทธ์หลักในการขาย ล่าสุดได้เปิดตัวเป๊ปซี่กระป๋องขนาดใหม่ “เป๊ปซี่ บิ๊กแคน” (Pepsi Big Can) ขนาด 375 มิลลิลิตร ในราคา 15บาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บิ๊กแคน บิ๊กเกมส์ เกมส์ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย” ที่มาพร้อมเป๊ปซี่โมจิดีไซน์ฟุตบอลยูฟ่าฯ เพื่อเอาใจคอบอลในช่วงโค้งสุดท้ายของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ส่วนน้ำอัดลม “เอส” ใช้กลยุทธ์ขนาดสินค้าที่มีให้เลือก 7 ขนาด ในแต่ละสถานที่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ได้แก่ 1. ขวดแก้ว 12 ออนซ์ ราคา 8 บาท ขนาดพอเหมาะสำหรับดื่มคนเดียวในช่องทางร้านอาหาร 2. ขนาด PET 1 ลิตร ราคา 20 บาท ขนาดคุ้มค่าดื่มได้หลายคน 3. คูลแฮนด์ 250 มิลลิลิตร ราคา 10 บาท ซื้อง่ายไม่ต้องทอนไม่ต้องคืนขวด 4. ขวด PET 455 มิลลิลิตรราคา 12 บาท ขนาดพอเหมาะพกพาสะดวก 5.ขวด PET 480 มิลลิลิตรราคา 15 บาท จำหน่ายเฉพาะในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 6. กระป๋อง 325 มิลลิลิตรราคา 14 บาท บรรจุภัณฑ์ยอดนิยมสำหรับคนชอบดื่มแช่เย็นๆ และ 7. ตู้กด Post Mix

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,159 วันที่ 22 - 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline