
จี7ร่วมมือแก้เหล็กล้นตลาด จีนตั้งเป้าลด150ล้านตัน
กลุ่มประเทศจี 7 เตรียมวางแนวทางจัดการกับปัญหาเหล็กล้นตลาด ซึ่งหลายฝ่ายกล่าวโทษว่ามีสาเหตุจากการผลิตที่เกินความต้องการของจีน ในการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างวันที่ 26-27 พฤษภาคมที่ญี่ปุ่น
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากร่างแถลงการณ์ที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศจี 7 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 26-27 พฤษภาคม ที่เมืองอิเซะชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ว่า ทางกลุ่มจี 7 มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาภาวะเหล็กล้นตลาดจนส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ "เราตระหนักถึงผลกระทบด้านลบจากกำลังการผลิตที่มากเกินความจำเป็นในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเหล็ก ที่มีต่อเศรษฐกิจ การค้า และแรงงานของเรา เรามุ่งมันที่จะเดินหน้าอย่างรวดเร็วในการกำหนดขั้นตอนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการเพิ่มความสามารถในการทำงานของตลาด ซึ่งรวมถึงผ่านการประสานความร่วมมือในการระบุและหาแนวทางกำจัดมาตรการอุดหนุนและสนับสนุนต่างๆ และโน้มน้าวให้มีการเปลี่ยนแลง" ร่างแถลงการณ์ระบุ
ถ้าที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 7 รับร่างแถลงการณ์ดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อจีนให้ดำเนินมาตรการควบคุมการผลิตเหล็ก หลังการผลิตเหล็กในจีนทำสถิติสูงสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่โรงงานเหล็กในหลายประเทศตั้งแต่ออสเตรเลียไปจนถึงสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการปิดตัวเนื่องจากภาวะเหล็กล้นตลาด
จีนวางแผนที่จะลดกำลังการผลิตเหล็กภายในประเทศลงมากถึง 150 ล้านตันภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อแก้ปัญหากำลังการผลิตมากเกินไปจนส่งผลให้บริษัทเหล็กในประเทศต้องเผชิญกับภาวะการขาดทุนและหนี้สิน อย่างไรก็ดี ในการประชุมเมื่อเดือนก่อน จีนและผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการกำหนดมาตรการเพื่อแก้วิกฤติเหล็กล้นตลาด ทำให้สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ ออกมาเรียกร้องให้มีมาตรการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
ฝรั่งเศสและเยอรมนีได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ เพิ่มความเข้มงวดด้านการค้า เพื่อปกป้องไม่ให้บริษัทในภูมิภาคได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าราคาถูก ซึ่งรวมถึงเหล็กจากจีน
การส่งออกเหล็กราคาถูกจากจีนถูกระบุว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ ทาทา สตีล ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ตัดสินใจขายธุรกิจในสหราชาอาณาจักร ขณะที่บริษัทเหล็กและเหมืองแร่ แอร์เรียม ของออสเตรเลียต้องเข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ ส่วนคนงานของโรงงานเหล็กในเยอรมนีได้ออกมาเดินขบวนประท้วงเนื่องจากมีโอกาสถูกเลิกจ้าง
ด้านเจ้าหน้าที่ทางการของจีน กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า จีนได้นำมาตรการที่เหมาะสมมาบังคับใช้เพื่อควบคุมกำลังการผลิตเหล็กแล้ว ขณะที่สื่อของทางการจีนกล่าวว่า การกล่าวโทษจีนว่าเป็นต้นเหตุของวิกฤติเหล็กโลกนั้นเป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,158 วันที่ 19 - 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากร่างแถลงการณ์ที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศจี 7 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 26-27 พฤษภาคม ที่เมืองอิเซะชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ว่า ทางกลุ่มจี 7 มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาภาวะเหล็กล้นตลาดจนส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ "เราตระหนักถึงผลกระทบด้านลบจากกำลังการผลิตที่มากเกินความจำเป็นในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเหล็ก ที่มีต่อเศรษฐกิจ การค้า และแรงงานของเรา เรามุ่งมันที่จะเดินหน้าอย่างรวดเร็วในการกำหนดขั้นตอนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการเพิ่มความสามารถในการทำงานของตลาด ซึ่งรวมถึงผ่านการประสานความร่วมมือในการระบุและหาแนวทางกำจัดมาตรการอุดหนุนและสนับสนุนต่างๆ และโน้มน้าวให้มีการเปลี่ยนแลง" ร่างแถลงการณ์ระบุ
ถ้าที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 7 รับร่างแถลงการณ์ดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อจีนให้ดำเนินมาตรการควบคุมการผลิตเหล็ก หลังการผลิตเหล็กในจีนทำสถิติสูงสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่โรงงานเหล็กในหลายประเทศตั้งแต่ออสเตรเลียไปจนถึงสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการปิดตัวเนื่องจากภาวะเหล็กล้นตลาด
จีนวางแผนที่จะลดกำลังการผลิตเหล็กภายในประเทศลงมากถึง 150 ล้านตันภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อแก้ปัญหากำลังการผลิตมากเกินไปจนส่งผลให้บริษัทเหล็กในประเทศต้องเผชิญกับภาวะการขาดทุนและหนี้สิน อย่างไรก็ดี ในการประชุมเมื่อเดือนก่อน จีนและผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการกำหนดมาตรการเพื่อแก้วิกฤติเหล็กล้นตลาด ทำให้สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ ออกมาเรียกร้องให้มีมาตรการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
ฝรั่งเศสและเยอรมนีได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ เพิ่มความเข้มงวดด้านการค้า เพื่อปกป้องไม่ให้บริษัทในภูมิภาคได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าราคาถูก ซึ่งรวมถึงเหล็กจากจีน
การส่งออกเหล็กราคาถูกจากจีนถูกระบุว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ ทาทา สตีล ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ตัดสินใจขายธุรกิจในสหราชาอาณาจักร ขณะที่บริษัทเหล็กและเหมืองแร่ แอร์เรียม ของออสเตรเลียต้องเข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ ส่วนคนงานของโรงงานเหล็กในเยอรมนีได้ออกมาเดินขบวนประท้วงเนื่องจากมีโอกาสถูกเลิกจ้าง
ด้านเจ้าหน้าที่ทางการของจีน กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า จีนได้นำมาตรการที่เหมาะสมมาบังคับใช้เพื่อควบคุมกำลังการผลิตเหล็กแล้ว ขณะที่สื่อของทางการจีนกล่าวว่า การกล่าวโทษจีนว่าเป็นต้นเหตุของวิกฤติเหล็กโลกนั้นเป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,158 วันที่ 19 - 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






