กรมชล เตือน พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา น้ำสูงขึ้น 0.3-0.5 เมตร 25 ก.ย.นี้ 

23 กันยายน 2565

กรมชล เพิ่มการระบายน้ำ เตือน พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ชุมชนที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ "อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยา-สิงห์บุรี" น้ำสูงขึ้น 0.3-0.5 เมตร 25-27 ก.ย.นี้ 

23 กันยายน 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ (23 กันยายน 2565) ว่า ที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,028 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.70 เมตร มีแนวโน้มลดลง ก่อนปริมาณน้ำนี้จะไหลไปรวมกับน้ำที่มาจากแม่น้ำสะแกกรัง และลำน้ำสาขา ไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่สถานี C.13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในอัตราประมาณ 1,989 ลบ.ม./วินาที


ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (24 กันยายน 2565) จะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 2,200 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 0.30 – 0.50 เมตร

ในช่วงวันที่ 25-27 กันยายน 2565 บริเวณชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่

  • คลองโผงเผง จ.อ่างทอง
  • คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา
  • อ.เสนา อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย)
  • อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี
  • อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
  • อ.ไชโย จ.อ่างทอง

 

ส่วนที่สถานีวัดน้ำ C.29A อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 2,499 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน ได้ใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยในช่วงน้ำทะเลลงอย่างเต็มศักยภาพ

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง ที่พร้อมจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที รวมถึงติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าอย่างใกล้ชิด บริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนที่ตกลงมา

 

สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้ใช้ระบบชลประทานนำเข้าคลองต่างๆ ทั้งด้านฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริหารจัดการน้ำตามศักยภาพของคลอง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด