
บทเรียนดราม่า “เพจหมามะเร็ง” ทำสถานที่พักพิงสุนัข เจอ 4 ข้อหา
บทเรียนดราม่า “เพจหมามะเร็ง” ทำสถานที่พักพิงสุนัข ไม่รอดโดน 4 ข้อหา พบเปิดรับบริจาค 4 ปี มีเงินผ่านบัญชีกว่า 33 ล้านบาท
เป็นประเด็นดราม่า เพจ "หมามะเร็ง Dogs Cancer" หลังมีการตรวจสอบสถานที่รับเลี้ยงสุนัขป่วยของเพจ ในพื้นที่ หมู่ 6 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีการตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใส เรื่องการเปิดรับเงินบริจาค จากการตรวจสอบพบมีเงินเข้าออก 4 ปีจนถึงปัจจุบันประมาณ 33 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีมีการฟ้องร้องเรื่องความไม่โปร่งใส และเป็นคดีความไปในช่วง 2 ปีที่แล้ว
จากการตรวจสอบพบว่าเข้าข่ายความผิดหลายข้อหา โดยทางนายกเทศมนตรีตำบลเกล็ดแก้ว ได้นัดหมายให้เจ้าของเพจ นำเอกสารเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงแต่ได้ส่งทนายความมาชี้แจงแทน
ความผิดแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก
- เป็นกิจการที่เข้าข่ายเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- เป็นเหตุรำคาญ ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535
- ปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในเทศบัญญัติเรื่อง การปล่อยสัตว์เลี้ยงสัตว์
ประเด็นที่ 2 การดำเนินกิจกรรมไม่ถูกสุขลักษณะ หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบและแนะนำต่อไปหากต้องการเปิดกิจการต่อ ส่วนประเด็นการทารุณกรรมสัตว์ ยังเป็นการตั้งข้อสังเกตไว้และจะตรวจสอบอีกครั้ง
ทั้งนี้ เจ้าของกิจการดังกล่าวพบว่ามีฝ่าฝืนในคำสั่งตั้งแต่ ปี 61 ขณะนั้นมีการร้องเรียนและตรวจสอบแล้วให้มีการระงับกิจการไป จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการรับสุนัขมาอยู่ เป็นการทำให้ผิดขอบังคับดังกล่าวชัดเจน หลังจากนี้จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย
แนวทางและข้อตกลงเบื้องต้น
- ต้องไม่รับสัตว์เข้ามาดูแลอีก
- ต้องระงับความรำคาญ 1 เดือนทั้งกลิ่น เสียง
- ให้ดำเนินการขอจัดตั้งมูลนิธิให้เร็วที่สุด
- ให้ขนย้ายสุนัขภายใน 6 เดือน
ส่วนเรื่องการดำเนินคดีทั้งหมด หากเจ้าของเพจไม่มาพบอีกในวันอังคารที่ 14 มิถุนายน 2565 เวลา 10.00 น.นี้ เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว จะมีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมกับให้รื้อถอนอาคารโดยทันที
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจาณาโทษทั้ง 4 ข้อหา เมื่อแยกออกเป็นข้อๆ จะพบว่า
เป็นกิจการที่เข้าข่ายเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- ถูกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 สิ่งที่ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติ ต้องจัดสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องจักร วัตถุดิบให้ได้สุขลักษณะ มีความปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและเหตุเดือดร้อนรำคาญตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535
- ปฏิบัติตามคำแนะนำหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือเจ้าพนังงานท้องถิ่นแล้วแต่กรณี
บทกำหนดโทษ
- ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องถูกจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่กำหนดในใบอนุญาต ต้องถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ไม่แสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยต้องถูกปรับไม่เกิน 500 บาท
เป็นเหตุรำคาญ ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535
- เมื่อพบว่า บุคคลใดได้ก่อเหตุรำคาญขึ้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะออกคำสั่ง ให้ปรับปรุงแก้ไข หรือระงับเหตุรำคาญนั้น หากไม่ปรับปรุงแก้ไข โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จึงจะมีโทษความผิด ตามมาตรา 74 กล่าวคือ มีความผิดฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยไม่มีเหตุ หรือข้อแก้ตัวอันสมควร
- จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งกรณีที่ขัดคำสั่ง ห้ามมิให้ใช้ หรือยินยอมให้ใช้สถานที่เอกชน ที่เกิดเหตุรำคาญ ที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ ก็มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีเกิดเหตุรำคาญในที่ หรือทางสาธารณะ และเหตุรำคาญนั้น มิได้ก่อให้เกิดสภาวะอันตรายอย่างร้ายแรง ต่อสุขภาพ กฎหมายมิได้บัญญัติให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ต้องดำเนินการอย่างไร เพียงแต่ลงโทษผู้กระทำ หรือก่อเหตุแล้วจะไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวเท่านั้น
ปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต
- กฎหมายควบคุมอาคารมีบทกำาหนดโทษไว้หลายระดับขึ้นอยู่กับว่าเป็นการฝ่าฝืนลักษณะใด
- การก่อสร้างดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือผิดจากแบบที่ได้รับอนุญาต รับโทษ ตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 จำาคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และยังกำหนดโทษปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลา ที่ฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในเทศบัญญัติเรื่อง การปล่อยสัตว์เลี้ยงสัตว์
- ข้อกำหนดที่แต่ละจังหวัดสามารถตั้งขึ้นมาเพื่อควบคุมดูแลพื้นที่ของตนโดยเฉพาะด้วย เช่น ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2545 ที่ได้กำหนดตั้งแต่ประเภทสัตว์เลี้ยง การควบคุมการเลี้ยง ตลอดจนหน้าที่ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง
- ข้อบัญญัติเรื่องการเลี้ยงสัตว์ในบริเวณบ้านสามารถแตกต่างกันได้ ตามการกำหนดของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ข้อที่มักจะมีเหมือนกันคือ การควบคุมดูแลสัตว์ของตนมิให้ก่ออันตรายหรือเหตุรำคาญแก่ผู้อื่น อันเป็นต้นเหตุของปัญหาอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคต







