
ฝีดาษ ลิง อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร แตกต่างจากในอดีตตรงไหน เช็คเลย
ฝีดาษ ลิง อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร แตกต่างจากในอดีตตรงไหน เช็คเลยมที่นี่มีคำตอบ หมอธีระวัฒน์เผยยุคใหม่ไม่เหมือนในตำราก็ได้
ฝีดาษ ลิง อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร สิ่งที่ต้องระวังคืออะไร เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด หลังจากที่มีการแพร่ระบาดไปแล้วในหลายประเทศ
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา (หมอธีระวัฒน์) ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว (ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha)โดยมีข้อความว่า
อาการฝีดาษลิงยุคใหม่
สิ่งที่ต้องระวังและทำให้หลุดรอดจากการวินิจฉัยของแพทย์ และคนติดเชื้อเองอาจไม่ตระหนักด้วยซ้ำ
- ไม่เหมือนคลาสสิกในตำราก็ได้
- เป็นจุด แผลจิ๋วๆ ตุ่มน้ำ หนอง ขนาดไม่ใหญ่ก็ได้ จำนวนไม่มาก
- ลักษณะบอกยากว่าเป็นเริม งูสว้ด ซิฟิลิส
- อยู่ในที่ตกสำรวจในบริเวณก้น รูช่องทวาร องคชาติ โดยที่ไม่มีที่ส่วนอื่นของร่างกาย
- อาการอื่นนอกจากไข้อาจไม่มีหรือไม่ชัดเจน เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต
- เป็นการติดต่อจากคนสู่คน และคนที่ติดเชื้อ เริ่มหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงไม่ได้ชัดเจน จัดเป็นการแพร่ในระดับชุมชน
ก็ยังมีข้อดีอยู่บ้างตรงที่อาการไม่รุนแรงแม้แพร่ติดต่อได้ระดับหนึ่ง
และที่คนอาจจะชอบก็คือไม่ต้องกลัวเสียโฉมมาก
ข้อมูลรวบรวมจาก UK health security agency US CDC WHO และ จากรายงานในประเทศต่างๆ
หมอธีระวัฒน์ ยังโพสด้วยว่า
การพบ 2 สายพันธุ์ของฝีดาษลิง ในผู้ติดเชื้อในสหรัฐ
การวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมของไวรัสฝีดาษลิงในผู้ติดเชื้อ ในเดือนพฤษภาคม 2022
พบว่ามีจำนวนหนึ่งไม่มากนัก ที่รหัสพันธุกรรมเหมือนกับไวรัสที่มีการติดเมื่อปีที่แล้ว
และนักวิเคราะห์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่มีการแพร่กระจายอยู่บ้าง โดยที่ไม่ได้ถูกวินิจฉัย
จนกระทั่งในปีนี้ ที่มีการระบาดทั่วไปหลายทวีป ทำให้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด
และยกประเด็นว่าจะมีการแพร่ในสัตว์ฟันแทะในพื้นที่ด้วยหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังคงต้องมีการติดตามอย่างละเอียดว่าเป็นเช่นนั้นหรือ ที่มีการตกสำรวจตั้งแต่ 2021 เป็นต้นมา
หมายเหตุ : การระบาดในปี 2003 ที่สหรัฐเกิดจากการนำสัตว์ฟันแทะจากแอฟริกาเข้ามาและมีการติดไปยังตัวกระรอกดิน ที่นำไปขายเป็นสัตว์เลี้ยง แล้วติดไปยังคน การศึกษาต่อจากนั้น ทำในหลายมลรัฐ และสำรวจสัตว์ฟันแทะในพื้นที่ เพื่อที่จะดูว่ามีไวรัสฝีดาษลิงอยู่หรือไม่ แต่ไม่พบและรายงานในปี 2007






