
อัพเดท "โรคฝีดาษลิง" ล่าสุด พบป่วยติดเชื้อแล้วใน 15 ประเทศทั่วโลก
อัพเดทโรคฝีดาษลิง กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์-ลักษณะอาการล่าสุด พบผู้ป่วยติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 15 ประเทศ อาการที่พบมีรอยโรคที่ผิวหนัง เป็นแผลเปื่อย เกิดแผลที่ช่องปาก อวัยวะเพศ และมีไข้
เกาะติดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (EOC) กรณีโรคฝีดาษลิง เพื่อเฝ้าระวัง คัดกรองผู้เดินทางจากประเทศที่มีการระบาดเพื่อตรวจจับกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดในประเทศ หลังพบการแพร่ระบาดในหลายประเทศ และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้
พร้อมกันนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ข้อมูล ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2565 เป็นภาพกราฟฟิกพร้อมอัพเดทสถานการณ์โรคฝีดาษลิงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของโรคที่กำลังเกิดขึ้น
ปัจจุบันพบผู้ป่วยยืนยันทั่วโลกแล้วใน 15 ประเทศ
- สเปน 92 ราย
- โปรตุเกส 34 ราย
- แคนาดา 23 ราย
- อังกฤษ 21 ราย
- เบลเยียม 4 ราย
- สหรัฐอเมริกา 3 ราย
- เยอรมนี 3 ราย
- อิตาลี 3 ราย
- เนเธอร์แลนด์ 2 ราย
- อิสราเอล 2 ราย
- ออสเตรเลีย 2 ราย
- ออสเตรีย 1 ราย
- สวีเดน 1 ราย
- กรีซ 1 ราย
- สวิสเซอร์แลนด์ 1 ราย
จำแนกตามเพศและช่วงอายุ
ชาย อายุระหว่าง 20-59 ปี จำนวน 61 ราย , ไม่ระบุอายุ 51 ราย
หญิง ไม่ระบุอายุ จำนวน 1 ราย
ชายและหญิง ไม่ระบุอายุ จำนวน 80 ราย
กลุ่มอาการ
- รอยโรคที่ผิวหนัง ลักษณะเป็นแผลเปื่อย 21 ราย
- แผลที่ช่องปากและอวัยวะเพศ ไข้ 17 ราย
- แผลที่อวัยวะเพศ 5 ราย
- อาการผื่นตุ่มน้ำพองใส 5 ราย
- ผื่นแดง 3 ราย
- ไข้ ผื่นแดง 2 ราย
- ตุ่มที่อวัยวะเพศ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ 1 ราย
- กลืนลำบากร่วมกับอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น 1 ราย
- ไม่ระบุ 138 ราย
รู้จัก โรคฝีดาษลิง
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้อธิบายให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคฝีดาษลิงไว้ว่า โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และติดจากคนสู่คนได้ พบมากในประเทศแถบแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ แคเมอรูน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง คองโก กาบอง ไลบีเรีย ไนจีเรีย และเซียร์ราลีโอน การพบผู้ป่วยในประเทศนอกเขตแอฟริกา เช่น สหรัฐอเมริกา อิสราเอล สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร มักเกิดจากการเดินทางระหว่างประเทศหรือการนำเข้าสัตว์ที่ติดเชื้อ
โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เช่นเดียวกับไวรัสอีกหลายชนิด ได้แก่ ไวรัสที่ทำให้เกิดฝีดาษในคนหรือไข้ทรพิษ (variola virus) ไวรัสที่นำมาผลิตวัคซีนป้องกันฝีดาษในคน (vaccinia virus) และฝีดาษวัว (cowpox virus) เชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูป่า เป็นต้น
รวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้คนสามารถติดโรคจากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย
การแพร่เชื้อจากคนสู่คน
แม้มีโอกาสน้อยแต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อ
ระยะฟักตัว
เมื่อคนรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน อาจนานถึง 21 วัน
อาการ
เริ่มแรก จะมีไข้ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา และอาจจะเกิดบนหน้าและลำตัวได้ด้วย ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง
ระยะสุดท้าย ตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา อาการป่วยจะประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้ โดยอาการรุนแรงมักพบในกลุ่มเด็ก ซึ่งในประเทศแอฟริกาพบอัตราการเสียชีวิตประมาณ 10%
วิธีป้องกันควบคุมโรค เริ่มต้นด้วยการป้องกันตนเอง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสัตว์ป่า
- หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ
- หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์เมื่อสัมผัสกับสัตว์หรือคนที่ติดเชื้อ หรือเดินทางเข้าไปในป่า
- ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศโดยไม่มีการ คัดกรองโรค
- กรณีมีการเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องทำการคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน
- หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันที และทำการแยกกักเพื่อมิให้ผู้ป่วยมีการแพร่กระจายเชื้อ
ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิงที่เฉพาะเจาะจงแต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 85% โดยก่อนหน้าที่จะกวาดล้างไข้ทรพิษได้นั้น มีการฉีดวัคซีนหรือที่เรียกกันว่าการปลูกฝี ซึ่งจะช่วยป้องกันทั้งสองโรคนี้ได้ อย่างไรก็ดี เด็กที่เกิดหลังปี 2523 จะไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษมาก่อนจึงเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคฝีดาษลิงมากกว่าประชากรกลุ่มอื่น ๆ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422





